ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเริ่มได้ยินชื่อโรค RSV หรือไวรัสอาร์เอสวีกันบ่อยขึ้น เวลาที่ลูกน้อยมีอาการไอ คัดจมูก มีเสมหะเยอะจนหายใจลำบาก หรือบางเคสอาจรุนแรงถึงขั้นปอดบวม ทำให้คนมีลูกเล็กต่างกังวลใจกันไม่น้อย เพราะไวรัสตัวนี้ติดต่อง่ายมากในเด็กเล็ก และยังไม่มีียารักษาจำเพาะโดยตรง ทำได้แค่วิธีประคับประคองตามอาการเท่านั้น

ข่าวดีคือในปัจจุบันเรามีวิธีเสริมเกราะป้องกันให้ลูกน้อยได้ดีขึ้น นอกเหนือจากการล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดแล้ว ทางเลือกทางการแพทย์ที่น่าสนใจในตอนนี้คือการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนจึงเริ่มค้นหาข้อมูลเรื่องการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือแอนติบอดีตัวนี้กันมากขึ้นว่ามีความปลอดภัยและเหมาะกับลูกรักของเราขนาดไหน

ไวรัสอาร์เอสวีอันตรายแค่ไหน ทำไมเด็กเล็กถึงป่วยหนัก?

ไวรัสอาร์เอสวี หรือ RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่มักระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว สำหรับเด็กโตหรือผู้ใหญ่อาจมองว่ามันก็เหมือนไข้หวัดธรรมดา เดี๋ยวก็หายได้เอง แต่สำหรับเด็กทารก เด็กคลอดก่อนกำหนด หรือเด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดและหัวใจ เชื้อไวรัสนี้อาจลามลงปอดอย่างรวดเร็ว ทำให้หลอดลมฝอยอักเสบ เกิดเสมหะเหนียวข้นอุดกั้นทางเดินหายใจ จนต้องนอนโรงพยาบาลและบางรายต้องใส่ท่อช่วยหายใจในห้องไอซียูเลยทีเดียว

ไขข้อข้องใจ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปต่างจากวัคซีนทั่วไปอย่างไร?

เวลาพูดถึงการฉีดสารป้องกันโรค หลายคนมักจะเหมารวมว่าเป็นวัคซีน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปหรือแอนติบอดี (Monoclonal Antibody) มีหลักการทำงานที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

วัคซีนทั่วไปที่เราคุ้นเคย จะเป็นการนำเชื้อโรคที่ตายหรืออ่อนฤทธิ์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กสร้างภูมิขึ้นมาเอง ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะมีผลในการป้องกัน แต่ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปคือตัวแอนติบอดีที่ห้องปฏิบัติการสังเคราะห์ขึ้นมาสำเร็จรูปแล้ว เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายลูกน้อย ภูมิคุ้มกันตัวนี้จะทำงานเข้าจัดการกับไวรัสอาร์เอสวีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างเอง ทำให้เกิดการปกป้องได้รวดเร็วทันใจ เหมาะกับเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่

เด็กกลุ่มไหนบ้างที่ควรได้รับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปตัวนี้?

เนื่องจากตัวยาแอนติบอดีป้องกันไวรัสอาร์เอสวีมีความจำเพาะเจาะจงและมีต้นทุนค่อนข้างสูง แพทย์จึงมักแนะนำให้ฉีดในกลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อรุนแรง ได้แก่

  • เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 35 สัปดาห์
  • เด็กที่มีโรคปอดเรื้อรังจากการคลอดก่อนกำหนด
  • เด็กที่มีโรคหัวใจพิการตั้งแต่กำเนิดที่มีความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด
  • เด็กที่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวเพื่อประเมินความจำเป็นและขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของเด็ก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดและการดูแลหลังรับภูมิคุ้มกัน

แพทย์มักจะแนะนำให้ฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปนี้ในช่วงก่อนหรือเริ่มเข้าสู่ฤดูการระบาดของไวรัสอาร์เอสวี เพื่อให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายอยู่ในเกณฑ์สูงพอที่จะป้องกันโรคได้ตลอดช่วงฤดูระบาด โดยตัวยาจะค่อยๆ ลดระดับลงในร่างกาย จึงอาจต้องมีการฉีดซ้ำเป็นรายเดือนในช่วงฤดูระบาดตามคำแนะนำของแพทย์

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดและการสังเกตอาการ

เช่นเดียวกับการฉีดยาทั่วไป หลังจากการได้รับแอนติบอดี เด็กบางคนอาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยที่บริเวณตำแหน่งที่ฉีด เช่น มีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือเจ็บตึงกล้ามเนื้อ บางรายอาจมีไข้ต่ำๆ หรือมีอาการงอแงมากกว่าปกติ ซึ่งมักจะดีขึ้นเองได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรก

อาการแบบไหนหลังฉีดที่ต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที?

แม้ว่าภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปนี้จะมีความปลอดภัยสูง แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

  • มีผื่นขึ้นตามตัว ลมพิษ หรือหน้าบวม ริมฝีปากบวม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการแพ้ยาเฉียบพลัน
  • มีไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้ว
  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด หายใจหอบเหนื่อย จนซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ

การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยป่วยเป็นวิธีที่ดีที่สุด นอกเหนือจากการพิจารณาเรื่องภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปแล้ว การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น การล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มลูก การใส่หน้ากากอนามัยเมื่อป่วย และการงดพาเด็กเล็กไปในที่ชุมชนแออัดในช่วงที่ไวรัสกำลังแพร่ระบาด ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรงปลอดภัยไร้โรครบกวน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down