เคยไหมครับที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรซื้อของชิ้นนี้ แต่พอนิ้วมันสั่งซื้อไปแล้ว หรือเคยไหมที่เผลอพูดจาแรงๆ ใส่คนอื่นเพียงเพราะโมโหขึ้นมาวูบเดียว พอตั้งสติได้ก็มานั่งเสียใจทีหลัง อาการเหล่านี้หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องของความใจร้อนหรือขาดความยับยั้งชั่งใจส่วนตัว แต่ในมุมมองของแพทย์แล้ว บางครั้งมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องนิสัยใจคอ แต่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาการควบคุมแรงกระตุ้นที่ซ่อนอยู่
อาการแบบไหนที่เรียกว่าเข้าข่ายควบคุมแรงกระตุ้นไม่ได้
ในชีวิตประจำวันเราทุกคนต่างเคยมีความรู้สึกอยากได้ อยากทำ หรืออยากพูดอะไรทันทีทันใด แต่คนส่วนใหญ่จะมีเบรกในสมองคอยดึงไว้ว่า 'เดี๋ยวก่อน' หรือ 'อันนี้ไม่ควรทำ' แต่สำหรับคนที่มีภาวะนี้ เบรกในสมองมักจะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้เกิดพฤติกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้ง
- ซื้อของตามอารมณ์: เห็นอะไรก็อยากได้ กดใส่ตะกร้าและจ่ายเงินทันทีโดยไม่ดูเงินในกระเป๋า สุดท้ายของกองเต็มบ้านไม่ได้ใช้
- ระเบิดอารมณ์ใส่คนอื่น: เวลาไม่ได้ดั่งใจจะหงุดหงิดรุนแรง ทุบโต๊ะ ขึ้นเสียง หรือด่าทอดenทันทีโดยไม่สนกาลเทศะ
- ทำอะไรเสี่ยงๆ: ขับรถเร็ว เล่นการพนัน หรือมีพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและคนรอบข้างเพื่อแลกกับความตื่นเต้นชั่ววูบ
- กินจุแบบหยุดไม่ได้: รู้สึกเครียดแล้วต้องกินอาหารปริมาณมากติดต่อกันอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ได้หิวก็ตาม
เกิดอะไรขึ้นในสมอง ทำไมเราถึงยับยั้งชั่งใจไม่ได้
เวลาที่เราพูดถึงเรื่องการควบคุมตัวเอง สมองส่วนหน้า หรือที่เรียกว่า Prefrontal Cortex คือพระเอกตัวจริง สมองส่วนนี้ทำหน้าที่เหมือนผู้จัดการใหญ่คอยคิดวิเคราะห์ ประเมินผลดีผลเสีย และคอยเหยียบเบรกความอยากได้อยากมี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สมองส่วนนี้ทำงานลดลง หรือสารสื่อประสาทบางชนิดในสมองเช่นโดปามีนและเซโรโทนินเสียสมดุล ผู้จัดการใหญ่คนนี้ก็จะหลับไป ปล่อยให้อารมณ์ดิบและความอยากเข้าครอบงำแทน
ปัจจัยที่ทำให้ระบบนี้รวนมีหลายอย่างครับ ตั้งแต่เรื่องของพันธุกรรม ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ ไปจนถึงโรคทางจิตเวชบางชนิด เช่น โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ (ADHD) หรือโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งทำให้การจัดการกับแรงกระตุ้นทำได้ยากกว่าคนทั่วไป
วิธีฝึกสมองและปรับพฤติกรรมเพื่อสร้างเบรกให้ตัวเอง
ข่าวดีคือสมองของเรามีความยืดหยุ่นสูงครับ เราสามารถฝึกฝนและสร้างกล้ามเนื้อการยับยั้งชั่งใจให้แข็งแรงขึ้นได้ แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาและความอดทนสูงก็ตาม
เทคนิคหยุดคิดสามวินาทีก่อนลงมือทำ
เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกอยากทำอะไรด่วนๆ เช่น อยากกดซื้อของ อยากเถียงคนอื่น หรืออยากกินของหวานตอนดึก ให้ลองนับ 1 ถึง 3 ในใจช้าๆ การเว้นวรรคสั้นๆ นี้เปิดโอกาสให้สมองส่วนหน้าได้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่คิดวิเคราะห์ แทนที่จะปล่อยให้สัญชาตญาณดิบสั่งการ
การสร้างสิ่งกีดขวางระหว่างเรากับสิ่งเร้า
ถ้าเรารู้ว่าตัวเองแพ้ทางกับการช้อปปิ้งออนไลน์ ให้ลบแอปพลิเคชันออกหรือลบข้อมูลบัตรเครดิตทิ้ง เพื่อให้กระบวนการซื้อมันยากขึ้น การเพิ่มขั้นตอนในการทำสิ่งกระตุ้นจะช่วยให้เรามีเวลาคิดทบทวนมากขึ้นก่อนจะเผลอทำลงไป
จดบันทึกวงจรอารมณ์
ลองสังเกตตัวเองดูครับว่า เวลาที่เราควบคุมแรงกระตุ้นไม่ได้ มักจะเกิดจากสถานการณ์แบบไหน เช่น ตอนที่เครียดจัด ตอนที่เหนื่อยล้า หรือตอนที่หิว การรู้เท่าทันตัวกระตุ้นเหล่านี้จะช่วยให้เราเตรียมรับมือและหลีกเลี่ยงได้ดีขึ้น
เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์เพื่อขอความช่วยเหลือ
ถ้าพฤติกรรมเหล่านี้เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น มีปัญหาเรื่องหนี้สิน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างพังลง หรือหน้าที่การงานเริ่มมีปัญหา การพยายามปรับด้วยตัวเองอาจไม่เพียงพอ การมาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการทำจิตบำบัด หรือการใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารสื่อประสานในสมอง ก็จะช่วยให้คุณกลับมาควบคุมชีวิตตัวเองได้อีกครั้งอย่างยั่งยืน