หลายคนคงคุ้นเคยกับการยืนแนบหน้าอกเข้ากับแผ่นรับภาพขนาดใหญ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นหายใจไว้สักครู่ตามเสียงสั่งของนักรังสีเทคนิค ก่อนจะได้ยินเสียงสัญญาณสั้นๆ ว่าการตรวจเสร็จสิ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที การตรวจที่ว่านี้คือการตรวจ ภาพรังสีทรวงอก หรือที่เรามักเรียกกันติดปากว่าการเอกซเรย์ปอดนั่นเอง
แม้จะเป็นการตรวจที่ทำได้ง่าย รวดเร็ว และพบได้บ่อยที่สุดในการตรวจสุขภาพประจำปี แต่เชื่อว่าหลายคนยังมีความสงสัยว่า ภาพถ่ายสีดำขาวที่มีเงาพาดผ่านไปมานั้น สามารถบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้บ้าง และการรับรังสีแบบนี้จะสะสมจนเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวหรือไม่ หมอจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างเข้าใจง่าย
ภาพรังสีทรวงอก คืออะไร และเครื่องเอกซเรย์ทำงานอย่างไร?
หลักการทำงานของเครื่องเอกซเรย์เปรียบเสมือนการถ่ายภาพโดยใช้แสงชนิดพิเศษที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แสงนี้คือรังสีเอกซ์ (X-ray) ซึ่งสามารถทะลุผ่านร่างกายของเราได้ แต่จะผ่านอวัยวะแต่ละชนิดได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของอวัยวะนั้นๆ
- ส่วนที่เป็นอากาศ (ปอด): รังสีทะลุผ่านได้ง่ายที่สุด ภาพบนฟิล์มจึงปรากฏเป็น สีดำ
- ส่วนที่เป็นกระดูก (ซี่โครง ไหปลาร้า): มีความหนาแน่นสูง รังสีผ่านได้ยาก ภาพบนฟิล์มจึงปรากฏเป็น สีขาวสว่าง
- ส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อ หัวใจ และของเหลว: มีความหนาแน่นปานกลาง ภาพบนฟิล์มจึงปรากฏเป็น สีเทาเฉดต่างๆ
เมื่อนำเงาสีดำ ขาว และเทาเหล่านี้มารวมกัน คุณหมอจะสามารถมองเห็นโครงสร้างภายในทรวงอกได้อย่างชัดเจน และประเมินความผิดปกติเบื้องต้นได้ทันที
เมื่อไหร่ที่คุณหมอจะส่งตรวจภาพรังสีทรวงอก?
นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองโรคแล้ว คุณหมอมักจะสั่งตรวจภาพรังสีทรวงอกเมื่อคนไข้มีอาการแสดงที่น่าสงสัย หรือต้องการติดตามผลการรักษา ดังนี้
- มีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด หรือไอติดต่อกันนานเกินสองสัปดาห์
- มีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือเจ็บแน่นหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ได้รับอุบัติเหตุบริเวณหน้าอก เพื่อตรวจเช็กกระดูกหักหรือภาวะปอดช้ำ
- ใช้ตรวจประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัดใหญ่
- ติดตามอาการหลังจากได้รับการรักษาโรคปอด เช่น ปอดอักเสบ หรือวัณโรค
แผ่นฟิล์มสีดำขาวบอกอะไรหมอได้บ้าง?
หลายคนคิดว่าการตรวจนี้ดูได้แค่ปอดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาพรังสีทรวงอก เพียงหนึ่งใบ สามารถบอกข้อมูลสำคัญของอวัยวะภายในช่องอกได้หลากหลายส่วน
1. สัญญาณเตือนในเนื้อปอด
หมอจะดูว่ามีจุดขาว ผังผืด หรือก้อนเนื้อผิดปกติในปอดหรือไม่ หากพบฝ้าขาวกระจายตัว อาจเป็นสัญญาณของปอดอักเสบ ติดเชื้อ หรือวัณโรค นอกจากนี้ยังสามารถตรวจพบถุงลมโป่งพองได้จากการที่ปอดมีขนาดใหญ่และดำกว่าปกติเนื่องจากมีลมค้างอยู่มาก
2. ขนาดและรูปทรงของหัวใจ
แม้จะไม่สามารถเห็นลิ้นหัวใจหรือรายละเอียดภายในได้ละเอียดเท่าการทำอัลตราซาวนด์หัวใจ แต่ภาพรังสีสามารถบอกได้ว่าหัวใจมีขนาดโตกว่าปกติหรือไม่ มีภาวะน้ำท่วมปอดที่เกิดจากหัวใจล้มเหลว หรือมีเส้นเลือดแดงใหญ่ในอกโป่งพองหรือไม่
3. ความผิดปกติของกระดูกและโครงสร้างทรวงอก
สามารถมองเห็นกระดูกซี่โครง กระดูกไหปลาร้า และกระดูกสันหลังส่วนอกได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ตรวจพบรอยร้าว รอยหัก หรือการคดงอของกระดูกที่อาจส่งผลต่อการหายใจ
4. สิ่งแปลกปลอมและสารคัดหลั่งที่ผิดปกติ
หากมีน้ำขังในช่องเยื่อหุ้มปอด หรือมีลมรั่วออกมานอกเนื้อปอด ภาพรังสีจะแสดงขอบเขตของน้ำและลมได้อย่างชัดเจน รวมถึงการตรวจเช็กตำแหน่งของสายสวนทางการแพทย์ต่างๆ ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่
เตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าห้องเอกซเรย์ทรวงอก
การตรวจประเภทนี้แทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรล่วงหน้าเลย ไม่ต้องอดอาหารหรือน้ำ แต่มีข้อควรปฏิบัติเล็กน้อยเพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนที่สุด
- เปลี่ยนเสื้อผ้า: ควรเปลี่ยนเป็นชุดที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ ซึ่งมักไม่มีกระดุมโลหะหรือลวดลายหนา
- ถอดสิ่งของที่เป็นโลหะ: ถอดสร้อยคอ พระเครื่อง เสื้อชั้นในที่มีโครงเหล็ก และเครื่องประดับบริเวณหน้าอกออกให้หมด เพราะโลหะจะบดบังภาพเนื้อเยื่อปอด ทำให้แปลผลผิดพลาดได้
- รวบผม: สำหรับคนที่มีผมยาว ควรมัดรวบขึ้นไปด้านบนเพื่อไม่ให้ปลายผมลงมาบังบริเวณจะงอยปอด
ไขข้อข้องใจเรื่องความปลอดภัย: รังสีน่ากลัวอย่างที่คิดไหม?
คำถามที่หมอมักจะได้รับบ่อยที่สุดคือ "การตรวจบ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็งไหม?" ความจริงคือ ปริมาณรังสีที่ได้รับจากการตรวจภาพรังสีทรวงอกหนึ่งครั้งนั้นน้อยมากๆ อยู่ที่ประมาณ 0.1 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณรังสีตามธรรมชาติที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวในชีวิตประจำวัน (จากพื้นดิน อาหาร และอากาศ) เพียงแค่ประมาณ 10 วันเท่านั้น หรือเทียบเท่ากับการนั่งเครื่องบินระยะไกลเพียงเที่ยวเดียว ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยสูงมาก
อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ จำเป็นต้องแจ้งให้คุณหมอและนักรังสีเทคนิคทราบล่วงหน้าทุกครั้ง แม้รังสีจะน้อยแต่การหลีกเลี่ยงการสัมผัสรังสีโดยตรงกับทารกในครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากจำเป็นต้องตรวจจริงๆ คุณหมอจะมีแผ่นตะกั่วสำหรับกำบังหน้าท้องเพื่อปกป้องลูกน้อยในครรภ์อย่างปลอดภัย
การตรวจภาพรังสีทรวงอกจึงเปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่ช่วยให้คุณหมอมองเห็นความผิดปกติภายในร่างกายได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย หากได้รับการแนะนำให้ตรวจ ก็สบายใจได้เลยว่าการตรวจนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และประโยชน์ที่ได้รับในการวินิจฉัยโรคนั้นมีค่ามากกว่าความเสี่ยงจากรังสีหลายเท่านัก