หมอเคยเจอคนไข้หนุ่มคนหนึ่ง เดินกะเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยท่าทางทรมาน เข่าข้างซ้ายของเขาบวมเป่ง แดง และร้อนอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย ตอนแรกคนไข้คิดว่าเป็นเพียงแค่อาการบาดเจ็บจากการเล่นฟุตบอล แต่เมื่อหมอซักประวัติอย่างละเอียดและเจาะตรวจน้ำในข้อเข่า กลับพบความจริงที่ทำให้คนไข้ตกใจ เพราะสาเหตุที่แท้จริงมาจากเชื้อหนองในที่ลุกลามมาจากระบบสืบพันธุ์
หลายคนมักคิดว่าโรคหนองในแท้ (Gonorrhea) จะก่อให้เกิดอาการเฉพาะที่อวัยวะเพศ เช่น มีหนองไหล หรือปัสสาวะแสบขัดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง เชื้อแบคทีเรียตัวนี้ร้ายกาจกว่าที่คิด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เชื้อสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดและเดินทางไปทำลายส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะการแพร่กระจายของเชื้อหนองในเข้าสู่กระแสเลือด (Disseminated Gonococcal Infection หรือ DGI) ซึ่งส่งผลให้เกิดข้ออักเสบตามมาในที่สุด
เมื่อเชื้อหนองในไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่อวัยวะเพศ: รู้จักภาวะเชื้อลุกลาม
การแพร่กระจายของเชื้อหนองในเข้าสู่กระแสเลือดเกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae หลุดรอดจากบริเวณที่ติดเชื้อในตอนแรก เช่น ท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก หรือลำคอ แล้วกระโดดเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อเดินทางไปยังอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกาย กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงคือผู้ที่ติดเชื้อหนองในแต่ไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ไม่รู้ตัวและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ
เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว อวัยวะโปรดที่มันชอบไปตั้งรกรากและทำลายมากที่สุดก็คือ ข้อต่อและผิวหนัง
สัญญาณเตือนภัยเมื่อเชื้อเริ่มเดินทางไปทั่วร่างกาย
อาการของภาวะนี้มักจะค่อยเป็นค่อยไปและอาจทำให้สับสนกับโรคอื่นๆ ได้ง่าย หมออยากให้ลองสังเกตอาการเตือนสำคัญเหล่านี้
- มีไข้ต่ำๆ ถึงไข้สูง และหนาวสั่น: เป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่กำลังต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด
- ผื่นผิวหนังแปลกๆ: มักพบผื่นแดง ตุ่มน้ำใส หรือตุ่มหนองขนาดเล็กกระจายตามปลายมือ ปลายเท้า และรอบๆ ข้อต่อที่อักเสบ
- อาการปวดข้อแบบย้ายที่: ในระยะแรก คนไข้มักมีอาการปวดตึงตามข้อต่างๆ สลับไปมา เช่น วันนี้ปวดข้อมือ วันรุ่งขึ้นย้ายมาปวดข้อเท้า ก่อนที่เชื้อจะไปปักหลักที่ข้อใดข้อหนึ่งจนอักเสบรุนแรง
- เอ็นและปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ: มีอาการเจ็บเสียวและบวมแดงตามเส้นเอ็น โดยเฉพาะบริเวณหลังมือ ข้อเท้า และข้อมือ
ทำไมเชื้อหนองในถึงชอบโจมตีข้อต่อของเรา?
หลังจากที่เชื้อเดินทางผ่านกระแสเลือดไปสักระยะ มันจะเลือกเข้าไปฝังตัวในเนื้อเยื่อบุข้อ (Synovium) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงจำนวนมากและมีสภาพแวดล้อมที่เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้โปรดปราน เมื่อเชื้อเข้าไปเจริญเติบโต ร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวจำนวนมากเข้ามาต่อสู้ จนเกิดกระบวนการอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้น้ำในข้อเปลี่ยนเป็นหนอง ข้อจะบวม แดง ร้อน และปวดอย่างรุนแรงจนขยับไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่เจาะระบายหนองและให้ยาฆ่าเชื้ออย่างทันท่วงที เชื้อจะทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ส่งผลให้ข้อพิการหรือใช้งานไม่ได้ในระยะยาว
ขั้นตอนการวินิจฉัยและรักษาเมื่อตรวจพบเชื้อลุกลาม
เมื่อคนไข้มาพบหมอด้วยอาการข้ออักเสบที่สงสัยว่าจะเกิดจากเชื้อหนองใน ขั้นตอนการตรวจรักษาจะมีความละเอียดและต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาข้อต่อไว้
1. การตรวจหาเชื้ออย่างละเอียด
หมอจะทำการเจาะดึงน้ำในข้อที่อักเสบไปตรวจหาตัวเชื้อหนองใน ร่วมกับการเพาะเชื้อจากเลือด ปัสสาวะ หรือสิ่งส่งตรวจจากช่องคลอดและท่อปัสสาวะ เพื่อยืนยันสายพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรีย
2. การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ
เนื่องจากเชื้อได้เข้าสู่กระแสเลือดแล้ว การกินยาเม็ดทั่วไปจึงไม่เพียงพอ คนไข้จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำ (เช่น ยา Ceftriaxone) ร่วมกับการให้ยาฆ่าเชื้อกลุ่มอื่นร่วมด้วยเพื่อคลุมเชื้อร่วมชนิดอื่นที่อาจพบร่วมกัน เช่น เชื้อประดงหนอง (Chlamydia)
3. การเจาะระบายหนองออกจากข้อ
หากมีอาการข้อเข่าบวมเป่งและมีหนองสะสมอยู่ภายใน หมอจำเป็นต้องใช้เข็มเจาะระบายหนองออก หรือทำการส่องกล้องล้างข้อเข่าเพื่อลดแรงดันในข้อและล้างเอาสารอักเสบรวมถึงตัวเชื้อออกให้หมด ซึ่งจะช่วยลดการทำลายผิวข้อและบรรเทาอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว
วิธีป้องกันและดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้ฝันร้ายนี้กลับมาอีก
แม้ว่าภาวะนี้จะรักษาหายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ หมอมีคำแนะนำง่ายๆ ที่สามารถทำได้จริงดังนี้
- สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง: การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด
- รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ: หากมีพฤติกรรมเสี่ยง หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ควรตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี แม้ว่าจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาก็ตาม
- พาคู่นอนมารักษาพร้อมกัน: หากคุณตรวจพบเชื้อหนองใน คู่นอนของคุณก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการส่งต่อเชื้อกลับไปกลับมาไม่รู้จบ
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย หากพบความผิดปกติที่อวัยวะเพศ หรือมีอาการปวดข้อ บวมแดง มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ อย่ารอนานจนเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด การมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่สุด