ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปวดที่ไม่ได้มาแค่ชั่วคราวแต่คือสัญญาณเตือน

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้ในคลินิก มักจะพบคำถามที่ว่าทำไมถึงปวดคอ บ่า ไหล่ ทั้งที่ไม่ได้ยกของหนักอะไรเลย คำตอบมักจะซ่อนอยู่ในพฤติกรรมระหว่างวัน การนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยท่าหลังค่อม ไหล่ห่อ หรือก้มหน้ามองมือถือนานเกินไปจนกลายเป็นความเคยชิน สิ่งเหล่านี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดผลกระทบจากการทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสมสะสมเป็นเวลานาน ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่รักษายากกว่าที่คิด

เมื่อกล้ามเนื้อต้องแบกรับภาระหนักเกินจำเป็น

ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหว ไม่ใช่การแช่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง การนั่งทำงานผิดท่าส่งผลต่อโครงสร้างร่างกายในหลายระดับ ดังนี้

  • กล้ามเนื้อล้าและเกร็งตัว: เมื่อต้องค้างท่าเดิมนานๆ เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นได้น้อยลง ทำให้เกิดของเสียสะสม นำไปสู่อาการปวดเมื่อยและตะคริวในที่สุด
  • หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ: การนั่งตัวงอทำให้น้ำหนักกดทับลงที่กระดูกสันหลังไม่เท่ากัน เป็นสาเหตุให้หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือเสื่อมก่อนวัยอันควร
  • เส้นประสาทถูกกดทับ: หากกล้ามเนื้อรอบคอหรือหลังอักเสบจนบวม จะส่งผลให้เส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียงถูกเบียด ทำให้มีอาการปวดร้าวลงแขน หรือมือชาได้

เช็กด่วน สัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนจะสายเกินไป

เรามักคิดว่าความเจ็บปวดจะหายไปเองเมื่อได้พัก แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้หมอแนะนำว่าต้องเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทันที

  • มีอาการปวดตื้อๆ ที่ต้นคอหรือระหว่างสะบักตลอดช่วงบ่าย
  • รู้สึกปวดร้าวขึ้นไปถึงขมับหรือศีรษะเหมือนคนเป็นไมเกรน
  • นิ้วเริ่มมีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปล๊บๆ เวลาขยับแขน
  • ต้องคอยบิดตัวหรือนวดบ่าตลอดเวลาเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

ปรับเปลี่ยนท่าทางเล็กน้อยแต่ลดปัญหาได้มหาศาล

การแก้ไขไม่ได้หมายความว่าต้องซื้อเก้าอี้ราคาแพงเสมอไป แต่คือการสร้างวินัยในการทำงานที่ถูกต้อง

เทคนิคการจัดท่านั่งให้เป็นมิตรต่อกระดูกสันหลัง

จัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อให้ศีรษะตั้งตรงไม่ก้มลงไปมอง ส่วนหลังควรมีหมอนรองรับส่วนโค้งของกระดูกสันหลังส่วนเอว และเท้าต้องวางราบกับพื้นพอดี เพื่อลดแรงกดทับของสะโพก

กฎเหล็กของการพักเบรกระหว่างวัน

ลองใช้กฎ 50-5 นาที คือการทำงานต่อเนื่อง 50 นาที แล้วลุกขึ้นขยับตัว ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ 5 นาที การเปลี่ยนท่าทางเพียงเล็กน้อยในระหว่างวันจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่สะสมมา และช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น

เมื่อไหร่ที่ต้องมาพบหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียด

ถ้าทำตามคำแนะนำเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดที่รุนแรงจนนอนไม่ได้ หรือปวดจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น แขนอ่อนแรง หรือหยิบจับสิ่งของลำบาก อย่าพยายามฝืนซื้อยากินเองจนเกินขนาด เพราะนั่นอาจเป็นการปิดบังอาการสำคัญที่ควรได้รับการรักษาจากแพทย์โดยตรง การตรวจร่างกายตั้งแต่วันที่เริ่มมีอาการเล็กน้อย ย่อมส่งผลดีต่อการฟื้นฟูร่างกายในระยะยาวมากกว่าแน่นอน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down