ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาท้องเสียอย่างกะทันหัน ปวดท้องรุนแรงจนเดินแทบไม่ไหว ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือบางทีมีมูกเลือดปนร่วมด้วย อาการแบบนี้มักทำให้หลายคนคิดถึงอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่ถ้าอาการไม่ยอมหายแถมยังปวดบิดทรมานมากเป็นพิเศษ หมออยากให้ลองนึกย้อนกลับไปถึงมื้ออาหารในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เพราะคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะท้องร่วงเฉียบพลันจากการติดเชื้อแบคทีเรียตัวแสบที่มีชื่อว่า แคมพิลโลแบคเตอร์ อยู่ก็ได้ครับ

เชื้อแคมพิลโลแบคเตอร์หน้าตาเป็นอย่างไร และเราไปรับเชื้อนี้มาจากไหน

เจ้าแคมพิลโลแบคเตอร์ตัวนี้เป็นแบคทีเรียที่ชอบอาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของสัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด รวมถึงสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างสุนัขและแมว เส้นทางหลักที่มันแอบลักลอบเข้าสู่ร่างกายของเราก็คือ อาหารและน้ำที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะเนื้อไก่ที่ปรุงไม่สุก หรือเนื้อสัตว์ที่โดนความร้อนไม่ทั่วถึง รวมถึงการใช้เขียงหรือมีดร่วมกันในการหั่นเนื้อไก่ดิบแล้วนำมาหั่นผักสดโดยไม่ล้างทำความสะอาดก่อน แค่นี้เจ้าเชื้อโรคตัวจิ๋วก็พร้อมกระโดดเข้าสู่ร่างกายของเราแล้วครับ

สัญญาณเตือนภัย เมื่อลำไส้ของคุณกำลังถูกเจ้าเชื้อชาตินี้เล่นงาน

เวลาที่เชื้อแคมพิลโลแบคเตอร์เดินทางเข้าสู่กระเพาะอาหารและลำไส้ของเรา มันจะใช้เวลาฟักตัวอยู่ประมาณสองถึงห้าวันก่อนจะเริ่มแสดงอาการ โดยอาการเด่นๆ ที่คนไข้มักจะมาเล่าให้หมอฟังที่คลินิกมีดังนี้

  • ปวดท้องบิดเกร็งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณช่องท้องส่วนล่าง ซึ่งบางครั้งปวดมากจนแพทย์ต้องตรวจแยกโรคจากไส้ติ่งอักเสบ
  • ถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยครั้ง วันหนึ่งหลายรอบ และในรายที่เป็นมากอาจพบมีมูกหรือเลือดปนมากับอุจจาระ
  • มีไข้ต่ำๆ หรือมีไข้สูงร่วมด้วย รู้สึกหนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ในช่วงวันแรกๆ ของการติดเชื้อ

เราจะดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไรเมื่อท้องเสียจากเชื้อนี้

ข่าวดีก็คือ ในคนส่วนใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง ภาวะท้องร่วงเฉียบพลันจากการติดเชื้อแคมพิลโลแบคเตอร์นี้สามารถหายได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่

หมอแนะนำให้จิบสารละลายเกลือแร่ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยครั้งเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปจากการขับถ่าย กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้มปลา โจ๊ก หรือซุปใส และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด นมวัว รวมถึงอาหารไขมันสูงที่อาจทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้น ส่วนยาหยุดถ่ายนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ เพราะในบางกรณีร่างกายจำเป็นต้องขับเชื้อโรคออกมาทางอุจจาระ การไปกินยาหยุดถ่ายอาจทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้นานขึ้นได้ครับ

อาการแบบไหนที่แปลว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องรีบมาพบแพทย์ด่วน

แม้ว่าโรคนี้จะหายเองได้ แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่อันตรายและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด หากคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรฝืนรักษาเองที่บ้านเด็ดขาด

  • มีไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงแม้จะกินยาลดไข้แล้วก็ตาม
  • ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสดจำนวนมาก หรืออุจจาระมีสีดำสนิท
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น เวียนศีรษะหน้ามืดเวลาลุกยืน ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อยมากหรือเป็นสีเข้มจัด
  • ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และกดเจ็บบริเวณหน้าท้องส่วนขวา

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใส่ใจเรื่องความสะอาด เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ความร้อนทั่วถึง ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากเจ้าแคมพิลโลแบคเตอร์ตัวร้ายนี้ได้มากแล้วครับ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down