ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่จู่ๆ ก็มีอาการปวดท้องบิดอย่างรุนแรง ถ่ายเหลวเรื้อรัง หรือถึงขั้นถ่ายปนเลือดเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ติดต่อกัน จนทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วและอ่อนเพลีย เมื่อไปพบแพทย์และตรวจส่องกล้องอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่าโรค IBD สิ่งแรกที่แพทย์มักจะสั่งจ่ายเพื่อควบคุมอาการอักเสบนี้ก็คือยารับประทานเฉพาะทาง หลายคนเปิดซองยาออกมาแล้วอาจจะสงสัยและกังวลใจเมื่อเห็นชื่อยาแปลกๆ ยาวๆ และสงสัยว่ายาตัวนี้จะช่วยรักษาลำไส้ของเราได้อย่างไร

วันนี้หมอจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ การใช้ยาลดการอักเสบในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลต (Aminosalicylates) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ในวงการแพทย์ว่ายากลุ่ม 5-ASA ยาตัวนี้เปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านสำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารอักเสบ ซึ่งมีหลักการทำงานที่น่าสนใจและมีข้อควรระวังในการใช้ยาที่คนไข้ทุกคนจำเป็นต้องรู้ เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุดและปลอดภัยต่อร่างกายในระยะยาว

ทำไมหมอถึงจ่ายยากลุ่มนี้ และยาเข้าไปช่วยลดการอักเสบในลำไส้อย่างไร

หากจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ลองจินตนาการว่าผิวหนังด้านนอกของเราเวลาเกิดแผลถลอก แดง และอักเสบ เรามักจะใช้ยาทาเพื่อไปเคลือบและลดอาการอักเสบที่ผิวหนังโดยตรง ยาลดการอักเสบในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลตก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายกัน เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่อยู่ภายในเยื่อบุลำไส้ของเรา

เมื่อคนไข้รับประทานยานี้เข้าไป ตัวยาจะไม่ได้เน้นการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปออกฤทธิ์ทั่วร่างกายเหมือนยาแก้ปวดลดอักเสบทั่วไป แต่ตัวยาจะถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้เดินทางผ่านกระเพาะอาหารลงไปจนถึงลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็กส่วนปลาย จากนั้นจะทำการปล่อยสารสำคัญออกมาสัมผัสกับผนังลำไส้ที่กำลังบวมแดงและเป็นแผลโดยตรง ยาจะเข้าไปยับยั้งการสร้างสารเคมีในร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ส่งผลให้ผนังลำไส้ที่เคยบวม แดง และมีเลือดซึม ค่อยๆ ยุบตัวลง แผลในลำไส้เริ่มสมานตัว และทำให้อาการปวดท้องหรือถ่ายเป็นเลือดค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ

ยากลุ่มนี้ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง? เมื่อไหร่ที่คุณจำเป็นต้องกิน

โดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะพิจารณาใช้ยากลุ่มนี้ในสองโรคหลักที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร ได้แก่

  • โรคข้ออักเสบและลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง (Ulcerative Colitis): โรคนี้จะมีการอักเสบเฉพาะที่บริเวณเยื่อบุผิวของลำไส้ใหญ่ ซึ่งยากลุ่มนี้ถือเป็นยาหลักด่านแรกที่ใช้ในการรักษาทั้งในระยะที่โรคกำเริบเพื่อดึงให้อาการสงบลง และใช้กินต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำ
  • โรคโครห์น (Crohn's Disease): เป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินอาหารที่สามารถเกิดได้ตั้งแต่ปากไปจนถึงทวารหนัก ยาในกลุ่มนี้อาจถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบไม่รุนแรงมากนัก หรือใช้ร่วมกับยาตัวอื่นเพื่อควบคุมอาการ

นอกจากนี้ ยาบางตัวในกลุ่มนี้ เช่น ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine) ยังมีคุณสมบัติในการช่วยลดข้ออักเสบได้ดี แพทย์จึงมักนำไปใช้รักษาผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ร่วมด้วย

ทำความรู้จักยากลุ่มนี้ที่มีใช้ในปัจจุบัน มีรูปแบบไหนบ้าง?

เนื่องจากลำไส้ของคนเรามีความยาวมาก และตำแหน่งการอักเสบของคนไข้แต่ละรายก็แตกต่างกัน ยาในกลุ่มนี้จึงถูกพัฒนาออกมาหลายรูปแบบ เพื่อให้ตัวยาสามารถเดินทางไปออกฤทธิ์ได้ตรงจุดที่เกิดปัญหามากที่สุด

1. ยารูปแบบรับประทาน (เม็ดหรือแคปซูล)

มักจะมีการเคลือบสารพิเศษที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร เพื่อให้ยาไม่สลายตัวก่อนเวลาอันควร และจะไปแตกตัวออกฤทธิ์เฉพาะในลำไส้ส่วนปลายหรือลำไส้ใหญ่ ยาที่คุ้นหูดี ได้แก่ เมซาลาซีน (Mesalazine หรือ Mesalamine) และ ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine)

2. ยารูปแบบเหน็บทวารหนักและยาสวนทวาร

สำหรับคนไข้ที่มีแผลอักเสบเฉพาะบริเวณส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก การกินยาเม็ดอาจทำให้ตัวยาเดินทางไปไม่ถึงจุดที่มีปัญหาในปริมาณที่เพียงพอ แพทย์จึงมักเลือกใช้ยาเหน็บหรือยาสวนเพื่อให้ตัวยาสัมผัสกับแผลอักเสบโดยตรง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากกว่า

อาการข้างเคียงที่ต้องระวัง และวิธีดูแลตัวเองเมื่อเริ่มกินยา

แม้ว่ายากลุ่มนี้จะค่อนข้างปลอดภัยเนื่องจากออกฤทธิ์เฉพาะที่ในลำไส้เป็นหลัก แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงบางอย่างที่คนไข้ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเอง โดยเฉพาะในช่วง 1-2 เดือนแรกหลังจากเริ่มยา ดังนี้

  • อาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร: เช่น รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด หรือปวดศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นชั่วคราวและค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวเข้ากับยาได้ การรับประทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีจะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ดี
  • อาการแพ้ยา: สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาซัลฟาซาลาซีน ซึ่งมีส่วนประกอบของสารกลุ่มซัลฟา หากมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว มีไข้ ตาแดง หรือแน่นหน้าอก ต้องหยุดยาและมาพบแพทย์ทันที
  • ผลกระทบต่อไตและตับ: แม้จะพบได้น้อยมาก แต่การกินยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อการทำงานของไตและตับได้ ดังนั้น แพทย์จึงมักจะนัดตรวจเลือดเพื่อติดตามการทำงานของไตและตับเป็นระยะๆ ทุก 3-6 เดือน

กินยากลุ่มนี้อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

เพื่อให้การรักษาสัมฤทธิ์ผลและลดโอกาสการกลับมาอักเสบซ้ำของลำไส้ คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการทานยาอย่างเคร่งครัดดังนี้

ห้ามบดหรือเคี้ยวเคี้ยวยาเม็ดเคลือบพิเศษ: ยาหลายชนิดในกลุ่มนี้ถูกออกแบบมาให้ออกฤทธิ์ช้าๆ หรือแตกตัวเฉพาะในลำไส้ใหญ่ หากคนไข้นำไปบด เคี้ยว หรือหักเม็ดยา จะทำให้สารเคลือบเสียหายและยาจะถูกกรดในกระเพาะทำลายจนสูญเสียประสิทธิภาพไป

ดื่มน้ำตามมากๆ: โดยเฉพาะผู้ที่ทานยาซัลฟาซาลาซีน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตกตะกอนของผลึกยาในปัสสาวะ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อไตได้

ทานยาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่มีอาการแล้ว: นี่คือข้อผิดพลาดที่หมอเจอบ่อยที่สุด คนไข้หลายคนเมื่อทานยาไปสักพักแล้วรู้สึกว่าอาการปวดท้องหรือการถ่ายเหลวเป็นปกติแล้ว มักจะหยุดยาไปเองเพราะคิดว่าหายดีแล้ว แต่ในความเป็นจริง โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังเป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับยาควบคุมอาการไว้ในระยะยาว การหยุดยาเองกะทันหันมักจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงกลับมาอีกครั้ง ซึ่งทำให้การรักษาในรอบต่อไปทำได้ยากขึ้น

การเข้าใจและมีวินัยในการรักษาคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตร่วมกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้อย่างมีความสุข หากมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียงจากการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down