ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

การใช้ยาลดการอักเสบในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลต คืออะไรและทำไมหมอต้องจ่ายให้

สำหรับคนไข้ที่มาปรึกษาหมอด้วยเรื่องภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือกลุ่ม IBD (Inflammatory Bowel Disease) คงคุ้นเคยกับยาที่หน้าตาเหมือนเม็ดแคปซูลหรือยาเม็ดที่หมอจัดให้ทานต่อเนื่องกันยาวๆ ยาในกลุ่มนี้เรียกว่า อะมิโนซาลิไซเลต หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า 5-ASA หลายคนอาจสงสัยว่ายาตัวนี้ทำงานอย่างไร ทำไมต้องกินในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะและต้องกินต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่มีอาการแล้วก็ตาม

กลไกการทำงานของยา: เปลี่ยนสนามรบในลำไส้ให้กลับมาสงบ

ลำไส้ของเราในภาวะที่มีการอักเสบจะมีสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและบวมแดงอยู่ตลอดเวลา ยาในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลตจะทำหน้าที่เหมือนหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปแปะอยู่ตามผนังลำไส้ ยาจะค่อยๆ ปล่อยตัวยาออกมายับยั้งการผลิตสารอักเสบเหล่านั้นโดยตรง ทำให้ผนังลำไส้ที่เคยแดงและเปราะบางเริ่มซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือยาตัวนี้เน้นการออกฤทธิ์เฉพาะที่ในลำไส้ ทำให้ผลข้างเคียงต่ออวัยวะส่วนอื่นของร่างกายน้อยกว่ายาในกลุ่มสเตียรอยด์

ทำไมต้องแบ่งเป็นหลายประเภท: ยาเหน็บ ยาเม็ด หรือยาฉีด

หมอมักจะเลือกรูปแบบของยาให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่อักเสบในลำไส้ของคนไข้แต่ละราย หากอักเสบเฉพาะส่วนปลายใกล้ทวารหนัก หมออาจจะแนะนำเป็นยาเหน็บหรือยาแบบสวน เพื่อให้ตัวยาไปถึงจุดที่มีปัญหาได้โดยตรงและเร็วที่สุด แต่ถ้าอักเสบเป็นบริเวณกว้างหรือลึกขึ้นไปในลำไส้ใหญ่ การใช้ยาแบบกินที่ถูกออกแบบมาให้ละลายในจุดที่กำหนดจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพื่อให้ตัวยาครอบคลุมพื้นที่การอักเสบทั้งหมด

สิ่งที่คนไข้ต้องระวังระหว่างรักษาตัวด้วยยากลุ่มนี้

แม้ว่ายาในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลตจะมีความปลอดภัยสูงและใช้มานาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะไม่มีอาการข้างเคียง บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือท้องเสียเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงแรก นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องผลกระทบต่อไตที่หมอต้องคอยตรวจเลือดติดตามเป็นระยะ ดังนั้นถ้าคนไข้สังเกตเห็นอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรงขึ้น มีไข้ หรือผื่นขึ้นตามตัว ให้รีบกลับมาปรึกษาหมอทันที อย่าเพิ่งหยุดยาเองโดยไม่แจ้งให้หมอทราบ

หัวใจสำคัญของการกินยาคือความสม่ำเสมอ

ข้อผิดพลาดที่หมอพบได้บ่อยคือ คนไข้พอเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดท้องหายไป ถ่ายปกติแล้ว ก็หยุดกินยาเองทันที ซึ่งการกระทำแบบนี้เสี่ยงมาก เพราะความอักเสบในระดับเซลล์อาจจะยังหลงเหลืออยู่ การใช้ยาลดการอักเสบในกลุ่มอะมิโนซาลิไซเลตให้ได้ผลดีที่สุด คือการทานต่อเนื่องตามแผนการรักษา เพื่อควบคุมไม่ให้โรคกลับมาปะทุใหม่ การมีวินัยในการกินยาคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down