ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนพอตรวจสุขภาพแล้วเจอว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มักจะตกใจและกังวลว่าจะต้องกินยาไปตลอดชีวิตหรือเปล่า หรือตับของเราจะพังไหม หมอเจอคำถามนี้บ่อยมากในห้องตรวจครับ ความจริงคือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีไม่ได้แปลว่าจะต้องเริ่มกินยาต้านไวรัสทันทีทุกคน มันขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์ของเชื้อในร่างกายเราครับ

ตรวจเจอเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแล้ว แบบไหนถึงเรียกว่าต้องเริ่มรักษา?

เวลาหมอประเมินคนไข้ไวรัสตับอักเสบบี เราไม่ได้ดูแค่ผลเลือดบวกหรือลบครับ แต่เราดูสามทหารเสือหลักๆ ด้วยกัน คือ ปริมาณไวรัสในเลือด ค่าการอักเสบของตับ และสภาพเนื้อตับ ถ้าเชื้อในเลือดสูงปรี๊ด ค่าตับอักเสบเรื้อรัง และเริ่มมีสัญญาณของพังผืดในตับ อันนี้คือสัญญาณเตือนชัดเจนว่า เราปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องหาตัวช่วยมาคุมกำเนิดเจ้าไวรัสตัวนี้ด้วยการกินแนวทางการรักษาด้วยยาต้านไวรัสชนิดที่เหมาะสมครับ

เป้าหมายของการกินยาต้านไวรัส ไม่ใช่แค่กดเชื้อแต่เป็นการปกป้องตับ

หลายคนเข้าใจผิดว่ากินยาแล้วเชื้อต้องหายเกลี้ยงจากร่างกาย 100 เปอร์เซ็นต์ ความจริงคือยาต้านไวรัสตับอักเสบบีในปัจจุบัน ทำหน้าที่เหมือนตำรวจคอยควบคุมไม่ให้เจ้าไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและไปทำลายเซลล์ตับของเราเพิ่มครับ เมื่อไหร่ที่เราคุมปริมาณไวรัสให้อยู่ในระดับต่ำมากๆ หรือตรวจไม่พบได้นานพอ ตับของเราก็จะหยุดอักเสบ และมีโอกาสซ่อมแซมตัวเอง ลดความเสี่ยงที่จะกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับในอนาคตได้มหาศาลเลยทีเดียว

รู้จักหน้าตาของยากินที่หมอสั่งให้

ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมากแล้วครับ ส่วนใหญ่มาในรูปแบบยาเม็ด 1 เม็ดต่อวัน กินง่าย ผลข้างเคียงต่ำมากๆ ต่างจากสมัยก่อนเยอะ หมอจะเลือกยาที่ดื้อยาได้ยากและมีความปลอดภัยสูงต่อไตและกระดูกของคนไข้ สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าผลตรวจเลือดจะกลับมาปกติแล้วก็ตาม เพราะถ้าหยุดยาเอง เชื้อที่หลบซ่อนอยู่จะกลับมาเบ่งบานและทำให้ตับอักเสบรุนแรงกว่าเดิมได้ครับ

การใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสตับอักเสบบี นอกจากการกินยาแล้วต้องทำอะไรอีก?

นอกจากการกินยาตามหมอสั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กันครับ สิ่งที่หมอย้ำเสมอกับคนไข้มีดังนี้

  • งดแอลกอฮอล์เด็ดขาด: เพราะแอลกอฮอล์และไวรัสคือแพ็คคู่มรกตที่จะเร่งให้ตับพังเร็วขึ้นหลายเท่า
  • ระวังเรื่องสมุนไพรและอาหารเสริมตู้เย็น: อะไรที่บอกว่าบำรุงตับแต่ไม่รู้ที่มาที่ไป อย่าเพิ่งกินครับ เพราะตับต้องเป็นคนเผาผลาญ อาจจะยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้ตับอักเสบกว่าเดิม
  • ตรวจติดตามอาการสม่ำเสมอ: แม้จะกินยาแล้ว หมอยังต้องนัดเจาะเลือดและอัลตราซาวด์ตับดูความผิดปกติทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สรุปจากห้องตรวจ

การอยู่ร่วมกับไวรัสตับอักเสบบีไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดครับ ถ้าเราเข้าใจโรค ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอ เราก็สามารถมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพตับที่ดีได้เหมือนคนปกติทั่วไปเลยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down