ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนในครอบครัวหรือตัวเราเองต้องเผชิญกับภาวะหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรืออุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนก้านสมอง สิ่งแรกๆ ที่สร้างความกังวลใจไม่แพ้เรื่องการเดิน ก็คือปัญหาเรื่องการสื่อสารและการกินอาหาร หลายคนพูดไม่ชัด นึกคำไม่ออก หรือที่น่ากลัวกว่านั้นคืออาการสำลักเวลากินน้ำกินข้าว จนทำให้ไม่กล้ากินอะไรเลย

ในฐานะหมอที่ดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้มานาน ผมเข้าใจดีครับว่าความสุขในการทานอาหารร่วมกับครอบครัวและการได้พูดคุยบอกความรู้สึกนั้นสำคัญแค่ไหน วันนี้เรามาทำความเข้าใจเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพการพูดและการกลืนกันแบบภาษาชาวบ้าน เข้าใจง่าย และรู้ว่าเราจะก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกันอย่างไรครับ

ทำไมโรคทางสมองถึงทำให้เราพูดไม่ได้และกลืนลำบาก?

สมองของเราเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางที่คอยสั่งการกล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่ใช้ในการขยับลิ้น ริมฝีปาก เพดานอ่อน กล่องเสียง และลำคอ

เมื่อเนื้อสมองส่วนที่ควบคุมการสั่งการเหล่านี้ได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจากโรคหลอดเลือดสมองหรือการบาดเจ็บ สัญญาณประสาทที่เคยส่งไปสั่งให้กล้ามเนื้อทำงานประสานกันอย่างราบรื่นจึงสะดุดลง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ:

  • ปัญหาการพูด: พูดไม่ชัด เสียงแหบ พูดติดขัด หรือในกรณีที่เรียกว่าภาวะเสียการสื่อความ (Aphasia) จะทำให้ฟังคนอื่นรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง นึกคำพูดไม่ออก หรือเรียบเรียงประโยคไม่ได้ ทั้งที่สมองส่วนความคิดยังทำงานอยู่
  • ปัญหาการกลืน: กลไกการกลืนมีความซับซ้อนมาก เพราะต้องปิดทางเดินหายใจพร้อมๆ กับเปิดทางเดินอาหารชั่วเสี้ยววินาที หากกล้ามเนื้อคออ่อนแรง อาหารหรือน้ำจะหลุดรอดลงไปในหลอดลม ทำให้สำลัก ไอเรื้อรัง หรือเกิดปอดอักเสบจากการสำลักตามมา

สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าต้องเริ่มทำกายภาพบำบัดการพูดและการกลืนทันที?

การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เริ่มต้นฟื้นฟูได้เร็วและมีโอกาสกลับมาเป็นปกติสูงมาก ลองดูรอบตัวคนไข้ว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่:

  • สำลักเวลากินน้ำซุป กลืนน้ำลายตัวเองแล้วไอ
  • มีเศษอาหารค้างอยู่ในปากเคี้ยวแล้วกลืนไม่หมดหลังมื้ออาหาร
  • เสียงเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เสียงแหบเครือ เสียงอู้อี้เหมือนมีเสมหะอยู่ในคอตลอดเวลา
  • พยายามจะพูดแล้วคนฟังไม่เข้าใจ หรือใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดนานผิดปกติ
  • ตอบไม่ตรงคำถาม หรือไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ

วิธีฝึกพูดและสื่อสารเมื่อปากและสมองไม่ยอมทำงานร่วมกัน

การฟื้นฟูการพูดไม่ใช่แค่การท่อง ก ไก่ ข ไข่ ครับ แต่นักแก้ไขการพูดจะประเมินว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วออกแบบการฝึกเฉพาะบุคคล เช่น

การบริหารกล้ามเนื้อรอบปากและลิ้น: ฝึกขยับลิ้นซ้ายขวา ดันกระพุ้งแก้ม ทำปากจู๋และฉีกยิ้ม เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อที่ใช้เปล่งเสียง

การฝึกพูดทีละน้อย: เริ่มจากเสียงสระง่ายๆ พยางค์สั้นๆ แล้วค่อยๆ ขยับมาเป็นคำศัพท์ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำ ข้าว ห้องน้ำ โดยใช้อุปกรณ์ช่วยสื่อสาร รูปภาพ หรือกระดานคำศัพท์หากผู้ป่วยยังพูดไม่ได้เลย เพื่อลดความหงุดหงิดและลดภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วย

การให้คนรอบข้างมีส่วนร่วม: เวลาคุยกับผู้ป่วยต้องใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบพูดแทน ให้เวลาเขาได้คิดและเรียบเรียงคำพูด ใช้ประโยคสั้นๆ และชัดเจน

เทคนิคการฝึกกลืนให้ปลอดภัยและไม่สำลัก

เรื่องการกินเป็นเรื่องใหญ่ครับ เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ผู้ป่วยกลับมากินอาหารทางปากได้โดยไม่สำลักและได้รับสารอาหารเพียงพอ

จัดท่าทางให้ถูกต้องก่อนกิน: ห้ามป้อนอาหารขณะผู้ป่วยนอนราบเด็ดขาด ต้องให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหลังพิงพนักเก้าอี้หรือเตียงทำมุม 90 องศา หรือก้มคอเล็กน้อยขณะกลืน เพื่อช่วยปิดทางเดินหายใจไม่ให้อาหารหลุดเข้าหลอดลม

เลือก L, M, S (ลักษณะอาหารที่เหมาะสม): ในช่วงแรก นักกายภาพหรือแพทย์อาจแนะนำอาหารที่มีความข้นหนืดสม่ำเสมอ เช่น อาหารปั่นละเอียด หรืออาหารเหลวที่มีการผสมสารเพิ่มความข้น เพื่อให้กล้ามเนื้อคอมีเวลาทันตั้งตัวในการกลืน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำและเนื้อปนกัน เช่น แกงจืดที่มีเศษผัก เพราะมักทำให้สำลักง่าย

เทคนิคการกลืนสองครั้ง: ฝึกให้ผู้ป่วยกลืนอาหารคำเล็กๆ แล้วกลืนซ้ำอีกรอบเปล่าๆ เพื่อเคลียร์เศษอาหารที่อาจตกค้างอยู่ในลำคอก่อนจะคำต่อไป

บทบาทสำคัญของครอบครัวในกระบวนการฟื้นฟู

การฟื้นฟูสมรรถภาพการพูดและการกลืนเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความอดทนสูงมากครับ เพราะความเสียหายของสมองต้องใช้เวลาในการสร้างเส้นทางประสาทใหม่ (Neuroplasticity)

กำลังใจจากคนในครอบครัวและความสม่ำเสมอในการฝึกฝนทุกวัน วันละเล็กวันละน้อย คือยาวิเศษที่ดีที่สุด ผู้ป่วยหลายคนอาจรู้สึกท้อแท้เพราะพูดไม่ได้ดังใจ หรืออึดอัดที่ต้องกินอาหารรสชาติแปลกไป หน้าที่ของเราคือสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ และปรึกษานักแก้ไขการพูดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกมื้ออาหารและการพูดคุยกลับมาเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวอีกครั้งครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down