ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวาแบบเรื้อรัง และเมื่อซักประวัติต่อลงไปพบว่ามีรสนิยมชอบกินเมนูปลาดิบน้ำจืดอย่างก้อยปลา ปลาส้ม หรือปลาร้าดิบ สิ่งแรกๆ ที่หมอมักจะนึกถึงคือภัยเงียบที่ชื่อว่า "โรคพยาธิใบไม้ในตับ" ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะท่อน้ำดีอักเสบ นิ่วในท่อน้ำดี หรือร้ายแรงที่สุดคือมะเร็งท่อน้ำดี

การตรวจจับเจ้าพยาธิตัวร้ายนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมาก ซึ่งเครื่องมือที่คลาสสิก แม่นยำ และทำได้ง่ายที่สุดก็คือการตรวจอุจจาระ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึกถึงขั้นตอนและวิธีการวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับด้วยการเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและคลายความกังวล

ไขข้อข้องใจ ทำไมตรวจแค่อุจจาระก็เจอพยาธิที่อยู่ในตับได้?

หลายคนมักสงสัยว่า ตัวพยาธิใบไม้ในตับอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ แล้วทำไมหมอถึงตรวจเจอได้จากการตรวจอุจจาระ คำตอบอยู่ที่วงจรชีวิตของมัน ตัวแก่ของพยาธิใบไม้ในตับจะอาศัยและออกไข่อยู่ในท่อน้ำดี ไข่พยาธิเหล่านั้นจะไหลปนมากับน้ำดีลงสู่ลำไส้เล็ก และปนเปื้อนออกมากับอุจจาระของคนไข้ในที่สุด ดังนั้น การส่องกล้องตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระจึงเป็นวิธีการตรวจหาการติดเชื้อโดยตรงที่มีประสิทธิภาพสูง

เจาะลึกวิธีการวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการ

เมื่ออุจจาระของคนไข้เดินทางไปถึงห้องแล็บ นักเทคนิคการแพทย์จะมีวิธีการวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ในตับผ่านการส่องกล้องจุลทรรศน์หลักๆ 2 วิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ดังนี้

1. การตรวจอุจจาระแบบธรรมดา (Simple Smear)

วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็วและประหยัดที่สุด โดยผู้วิเคราะห์จะนำอุจจาระปริมาณเล็กน้อยมาแตะบนสไลด์แก้ว ผสมกับน้ำยาเคมีอย่างน้ำเกลือธรรมดาหรือสารละลายไอโอดีน จากนั้นปิดด้วยแผ่นแก้วบางๆ แล้วนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อมองหาไข่พยาธิ วิธีนี้จะเหมาะมากสำหรับคนไข้ที่มีปริมาณพยาธิในร่างกายสูง เพราะจะสามารถตรวจเจอไข่พยาธิได้ง่าย แต่หากคนไข้มีพยาธิจำนวนน้อย วิธีนี้อาจจะมีโอกาสหลุดรอดสายตาไปได้

2. การตรวจหาไข่พยาธิด้วยวิธีหมุนเหวี่ยงและตกตะกอน (Concentration Technique)

เพื่อแก้ปัญหาการตรวจไม่พบในคนไข้ที่มีพยาธิน้อย หมอและทีมนักเทคนิคการแพทย์จึงมักใช้วิธีตกตะกอนเพื่อให้ไข่พยาธิมารวมตัวกันหนาแน่นขึ้น วิธีที่นิยมใช้คือการใช้สารละลายฟอร์มาลีน-อีเทอร์ (Formalin-Ether Sedimentation) นำอุจจาระไปผสมกับน้ำยาแล้วนำไปเข้าเครื่องปั่นเหวี่ยงตกตะกอน สารเคมีจะช่วยแยกกากอาหาร ไขมัน และสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกไป ทำให้ไข่พยาธิตกตะกอนอยู่ก้นหลอดทดลอง เมื่อนำตะกอนนี้ไปส่องกล้องจุลทรรศน์จะทำให้พบไข่พยาธิใบไม้ในตับได้ง่ายและแม่นยำขึ้นมาก ถือเป็นมาตรฐานสำคัญในการวินิจฉัย

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเก็บอุจจาระ เพื่อให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้องที่สุด

ความแม่นยำของการตรวจไม่ได้ขึ้นอยู่กับห้องแล็บเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างจากที่บ้าน คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • หลีกเลี่ยงยารักษาบางชนิด: ก่อนเก็บอุจจาระ 2-3 วัน ควรงดการกินยาถ่าย ยาขับพยาธิ ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของบิสมัท หรือการกินถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal) เพราะสารเหล่านี้อาจบดบังหรือรบกวนการมองเห็นไข่พยาธิใต้กล้องจุลทรรศน์
  • รักษาความสะอาดของภาชนะ: ใช้ตลับเก็บอุจจาระที่ได้รับจากโรงพยาบาล หรือภาชนะแห้งที่สะอาดและฝาปิดมิดชิด ห้ามให้อุจจาระปนเปื้อนน้ำในโถชักโครกหรือปัสสาวะเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ไข่พยาธิสลายตัวหรือปนเปื้อนสิ่งอื่น
  • ปริมาณที่เหมาะสม: ตักอุจจาระในปริมาณเท่าข้อนิ้วก้อย หรือประมาณ 1 ช้อนชา โดยเลือกตักบริเวณส่วนที่มีมูกหรือเลือดปน (ถ้ามี)
  • รีบส่งตรวจให้เร็วที่สุด: ควรนำส่งโรงพยาบาลภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังเก็บตัวอย่าง หากยังไม่สามารถนำส่งได้ทันที ควรเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา (ห้ามแช่แข็ง)

หากตรวจพบไข่พยาธิใบไม้ในตับ ขั้นตอนต่อไปต้องทำอย่างไร?

เมื่อผลแล็บรายงานว่าพบไข่พยาธิใบไม้ในตับ คนไข้ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจไป โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยาถ่ายพยาธิเฉพาะทาง เช่น ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ตามปริมาณที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งมักจะกินเพียงไม่กี่โดสพยาธิก็หลุดออกหมดแล้ว

สิ่งที่สำคัญที่สุดหลังการรักษาคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบหรือกึ่งดิบกึ่งสุก เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อน เพราะตับของเรามีเพียงชิ้นเดียว การดูแลรักษาและตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจเป็นอันดับแรก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down