ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่เรามักจะรู้สึกติดอยู่กับวงจรเดิมๆ ความกังวลที่แก้ไม่ตก ความคิดลบที่คอยวนเวียนอยู่ในหัว หรือพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำลงไปแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ในฐานะหมอที่นั่งฟังเรื่องราวความทุกข์ใจของคนไข้มานาน สิ่งหนึ่งที่มักจะเห็นร่วมกันเสมคือ จิตใจของเราไม่ได้ป่วยเพราะตัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ป่วยเพราะวิธีที่เราตีความและตอบสนองต่อเหตุการณ์นั้นต่างหาก

แนวทางการบำบัดพฤติกรรมและความคิด หรือที่เรามักจะได้ยินคุ้นหูกันในชื่อย่อว่า CBT จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญมากในยุคปัจจุบัน เป็นเหมือนเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ช่วยพาเราเดินออกจากเขาวงกตทางความคิด โดยไม่ต้องพึ่งพิงแค่การทานยาเสมอไป

ความคิด พฤติกรรม และความรู้สึก: สามเกลอที่เชื่อมโยงกันตลอดเวลา

ก่อนจะไปดูว่าเราจะแก้ไขอะไรได้บ้าง อยากให้ลองนึกภาพสามเหลี่ยมที่มุมแต่ละด้านเชื่อมถึงกันหมด นั่นคือ ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม

เมื่อมีเหตุการณ์อะไรมากระทบ สมองของเราจะเกิดความคิดขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก ความคิดนี้จะนำไปสู่ความรู้สึก (เช่น โกรธ เศร้า กลัว) และความรู้สึกนั้นก็จะขับเคลื่อนให้เราแสดงพฤติกรรมบางอย่างออกมา ปัญหาคือ บ่อยครั้งที่เราคิดไปเองโดยไม่รู้ตัว คิดเข้าข้างความกลัว หรือด่วนสรุปในแง่ลบ ซึ่งมันส่งผลให้เราแสดงพฤติกรรมที่สร้างปัญหาให้ตัวเองและคนรอบข้างตามมา

กับดักทางความคิดที่ทำให้เราเหนื่อยฟรีโดยไม่รู้ตัว

ในชีวิตประจำวัน สมองของเราชอบทางลัดในการประมวลผลข้อมูล ซึ่งบางครั้งทางลัดนั้นก็พาเราเดินลงเหวทางอารมณ์ รูปแบบความคิดที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงที่พบบ่อย ได้แก่

  • การคิดแบบขาวหรือดำ: มองทุกอย่างเป็นความสำเร็จหรือความล้มเหลวแบบสุดโต่ง ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง
  • การเหมารวม: แค่เจอเรื่องแย่ครั้งเดียว ก็สรุปว่าชีวิตนี้จะมีแต่เรื่องแย่ตลอดไป
  • การอ่านใจคนอื่น: คิดไปเองว่าคนอื่นกำลังมองเราในแง่ลบ ทั้งที่เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย
  • การคาดการณ์อนาคตในแง่ร้าย: วิตกกังวลล่วงหน้ากับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นและมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก

ขั้นตอนการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การบำบัดด้วยวิธีนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนที่ต้องรอให้ไปนั่งคุยในห้องจิตแพทย์อย่างเดียว แต่เราสามารถเริ่มต้นฝึกฝนด้วยตัวเองเพื่อปรับจูนสมองได้ทีละนิด ผ่านแนวทางปฏิบัติเหล่านี้

1. หยุดและจับให้ทันความคิดตัวเอง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกเครียด หดหู่ หรือโมโห ให้หยุดสิ่งตรงหน้าแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตอนนี้ฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เขียนมันออกมาตรงๆ บนกระดาษ การเอาความคิดออกจากหัวมาวางไว้ข้างนอก จะช่วยให้เรามองเห็นความไร้เหตุผลของมันได้ชัดเจนขึ้น

2. หาหลักฐานมาหักล้างความคิดตัวเอง

ลองทำตัวเป็นทนายฝ่ายค้านให้กับความคิดตัวเองดูบ้าง เช่น ถ้าคิดว่า ฉันมันคนไร้ค่า ทำอะไรก็ไม่เคยสำเร็จ ให้ลองถามหาหลักฐานจริงจังว่า แล้วที่ผ่านมาในชีวิต ไม่เคยมีเรื่องดีๆ เลยจริงๆ หรือ การมองหาข้อเท็จจริงจะช่วยลดน้ำหนักของความคิดลบลงไปได้มาก

3. ฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเปลี่ยนความรู้สึก

บางครั้งการพยายามเปลี่ยนความคิดอย่างเดียวอาจจะยากเกินไป เราจึงใช้พฤติกรรมมาช่วยนำทาง เรียกว่าการกระทำนำความรู้สึก เช่น ถ้ารู้สึกหมดแรงไม่อยากลุกจากเตียงเพราะความเศร้า ให้ลองบังคับตัวเองลุกไปอาบน้ำแต่งตัว ออกไปเดินเล่นรับแดดสั้นๆ การขยับร่างกายจะส่งสัญญาณกลับไปที่สมองให้อารมณ์เริ่มดีขึ้นได้

4. เผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวทีละนิด

สำหรับคนที่กลัวอะไรมากๆ เช่น การเข้าสังคม การพูดต่อหน้าคน หรือความกังวลเฉพาะบางอย่าง วิธีการบำบัดจะใช้การค่อยๆ เอาตัวเองเข้าไปใกล้สถานการณ์นั้นทีละน้อย เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดแล้วค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป เพื่อให้สมองเรียนรู้ว่า สิ่งที่เรากลัวไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด

การบำบัดนี้เหมาะกับใครและใช้เวลานานแค่ไหน

แนวทางการบำบัดพฤติกรรมและความคิดไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่เป็นโรคทางจิตเวชรุนแรงเท่านั้น แต่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนทั่วไปที่มีภาวะความเครียดสะสม วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแม้แต่คนที่อยากพัฒนาตัวเองให้รับมือกับแรงกดดันในที่ทำงานได้ดีขึ้น

ระยะเวลาในการเห็นผลจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจเริ่มรู้สึกว่าใจเบาสบายขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หากขยันฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ แต่สิ่งสำคัญคือต้องใจดีกับตัวเองให้มากๆ ในวันที่เผลอตกหลุมพรางทางความคิดเดิมๆ เพราะการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความคิดของสมองต้องอาศัยเวลาและความอดทนเปรียบเสมือนการออกกำลังกายกล้ามเนื้อใจนั่นเอง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down