ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ เสียงถึงแตกเป็นสองระดับ?

มีคนไข้หลายท่านเดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า ทำไมพักนี้เวลาพูดแล้วรู้สึกเหมือนมีเสียงสองเสียงออกมาพร้อมกัน บางครั้งเสียงแหบพร่า บางครั้งเสียงสูงต่ำสลับกันจนฟังดูผิดปกติ ภาวะเสียงสองระดับในคนเดียวกัน หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Diplophonia ไม่ใช่เรื่องที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้ว มักเป็นสัญญาณบอกว่าสายเสียงของเรากำลังทำงานผิดปกติจากสาเหตุบางอย่าง

กลไกการเกิดเสียงผิดปกติที่ควรรู้

ตามปกติแล้ว เสียงของเราเกิดจากการสั่นสะเทือนของสายเสียงสองข้างที่ต้องทำงานประสานกันอย่างสมดุล แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดภาวะที่สายเสียงสองข้างสั่นด้วยความถี่ที่ไม่เท่ากัน หรือมีก้อนเนื้อบางอย่างมาขวางกั้นการสั่นที่ราบรื่นนั้น ลมที่พ่นออกมาจากปอดจะทำให้เกิดเสียงที่แทรกซ้อนขึ้นมา กลายเป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนมีเสียงแหบต่ำผสมกับเสียงสูงแหลม หรือเสียงที่ฟังดูแตกพร่าอยู่ตลอดเวลา

สาเหตุที่ทำให้สายเสียงทำงานไม่สมดุล

ภาวะเสียงสองระดับในคนเดียวกัน มักไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งสาเหตุที่หมอตรวจพบได้บ่อย ได้แก่

  • ก้อนที่สายเสียง: เช่น ปุ่มที่สายเสียง (Vocal nodules) หรือก้อนเนื้อดีที่เกิดจากการใช้เสียงผิดวิธีต่อเนื่องยาวนาน
  • ติ่งเนื้อที่สายเสียง: มักเกิดจากการใช้เสียงตะโกนหรือใช้เสียงหนักเกินไปจนเกิดการบาดเจ็บ
  • ภาวะสายเสียงอัมพาต: เมื่อสายเสียงข้างหนึ่งขยับได้ไม่เต็มที่ ทำให้การปิดสนิทของสายเสียงไม่สมบูรณ์ เกิดช่องว่างที่ทำให้เกิดเสียงแทรก
  • การอักเสบเรื้อรัง: เช่น โรคกรดไหลย้อนขึ้นกล่องเสียงที่ทำให้สายเสียงบวมแดงและเสียความยืดหยุ่น

เช็กอาการแบบไหนที่ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

หากอาการเสียงเปลี่ยนเป็นสองระดับเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวจากการตะโกนหรือร้องเพลงนานๆ อาจหายเองได้ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าอาการเหล่านี้ยังอยู่กับคุณนานเกินกว่าสองสัปดาห์ หมอแนะนำว่าไม่ควรปล่อยผ่าน โดยเฉพาะหากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • เจ็บคอเรื้อรังที่กินยาแล้วไม่ดีขึ้น
  • กลืนลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ
  • หายใจเหนื่อยง่าย หรือมีเสียงหวีดเวลาหายใจเข้า
  • ไอเรื้อรัง หรือไอเป็นเลือด

การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เมื่อมาพบหมอหู คอ จมูก ขั้นตอนแรกเราจะทำการส่องกล้องดูลักษณะสายเสียงโดยตรง ซึ่งวิธีนี้เป็นมาตรฐานทองคำที่จะช่วยให้เห็นภาพว่าสายเสียงของคนไข้มีการเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างไร มีก้อนเนื้อ หรือมีความบวมอักเสบในจุดไหนบ้าง การตรวจด้วยวิธีนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เพื่อนำไปสู่การวางแผนรักษาที่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมการใช้เสียง การใช้ยา หรือในบางกรณีที่จำเป็นต้องมีการผ่าตัดเล็กเพื่อจัดการกับก้อนเนื้อที่เป็นต้นเหตุ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down