เคยสังเกตไหมว่าทำไมบางคนพูดอยู่ดีๆ เสียงก็เปลี่ยนสลับสูงต่ำเหมือนมีสองเสียงในคนเดียว
เวลาที่นั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจ หม่อมฉันมักจะได้ยินเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับร่างกายเสมอ มีเคสหนึ่งเดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลว่า เวลาคุยโทรศัพท์หรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน อยู่ดีๆ เสียงของตัวเองก็กระโดดขึ้นไปเป็นเสียงแหลมสูงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วสักพักก็ตกลงมาเป็นเสียงทุ้มปกติเหมือนเดิม สลับไปสลับมาจนคนฟังงงและตัวเองก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยเวลาพูด อาการแบบนี้แหละที่ทางการแพทย์เราเรียกว่า ภาวะเสียงสองระดับในคนเดียวกัน หรือที่หมอชอบเรียกภาษาชาวบ้านว่าเป็นอาการเสียงหลบเสียงแฝกที่เกิดขึ้นเองโดยควบคุมไม่ได้
กลไกเบื้องหลัง ทำไมเส้นเสียงของเราถึงผลิตออกมาได้สองเสียงพร้อมกัน?
ถ้าพูดถึงกล่องเสียง มันก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากกีตาร์โปร่งที่มีสายเสียงขึงอยู่ข้างใน เวลาเราพูด ลมจากปอดจะดันขึ้นมาทำให้สายเสียงสั่นสะเทือน กลายเป็นเสียงพูดออกมา แต่สำหรับคนที่มี ภาวะเสียงสองระดับในคนเดียวกัน ความซับซ้อนมันอยู่ตรงที่สายเสียงข้างซ้ายและข้างขวา หรือมัดกล้ามเนื้อรอบๆ กล่องเสียงเกิดการทำงานไม่ประสานกันอย่างสิ้นเชิง
พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือ กล้ามเนื้อชุดหนึ่งพยายามดึงสายเสียงให้ตึงเปรี๊ยะเพื่อให้เกิดเสียงสูง แต่อีกชุดหนึ่งกลับปล่อยให้หย่อนเพื่อให้เกิดเสียงต่ำ สองอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันหรือสลับกันอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้จึงออกมาเป็นเสียงสองโทนปะปนกันในประโยคเดียว ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเสียงพูดมีความก้องกังวานแปลกๆ หรือมีเสียงแหลมแทรกขึ้นมาในลำคอแบบน่าตกใจ
สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ทำไมอยู่ดีๆ เสียงถึงเพี้ยนไปได้ขนาดนี้?
อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองลอยๆ แต่มักจะมีตัวการสำคัญซ่อนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งจากการตรวจวินิจฉัยคนไข้ ส่วนใหญ่จะมาจากสาเหตุเหล่านี้:
- การใช้งานเสียงที่ผิดวิธีสะสมมานาน: คนที่ต้องใช้เสียงเยอะๆ ทั้งวัน เช่น ครู พิธีกร หรือคนที่ชอบตะ็งคอพูด กล้ามเนื้อกล่องเสียงจะเกิดความล้าและเกร็งตัวผิดรูป
- ปัญหารอบเส้นประสาทกล่องเสียง: อาจเคยมีประวัติการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน หรือเคยผ่าตัดบริเวณคอ ทำให้เส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล่องเสียงทำงานไม่เท่ากัน
- มีความเครียดหรือความวิตกกังวลสูง: ร่างกายมนุษย์เรามหัศจรรย์มาก เวลาเครียดกล้ามเนื้อทั่วตัวจะเกร็งโดยไม่รู้ตัว รวมถึงกล้ามเนื้อคอและเส้นเสียงด้วย
- มีก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่สายเสียง: เช่น ติ่งเนื้อที่สายเสียง (Vocal Cord Polyps) หรือก้อนซีสต์เล็กๆ ที่ทำให้การปิดตัวของสายเสียงไม่แนบสนิท
วิธีสังเกตอาการและทดสอบตัวเองเบื้องหลังหน้ากระจก
ถ้าสงสัยว่าตัวเองกำลังเผชิญกับ ภาวะเสียงสองระดับในคนเดียวกัน อยู่หรือเปล่า ลองใช้วิธีทดสอบง่ายๆ แบบนี้ดู
ลองอัดเสียงตอนที่ตัวเองกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ออกเสียงดังๆ เป็นเวลาสักหนึ่งนาที แล้วลองตั้งใจฟังย้อนหลัง ถ้าสังเกตเห็นว่าเสียงพูดมีความแกว่ง กระโดดขึ้นไปเป็นเสียงเด็กหรือเสียงผู้หญิงแหลมๆ ทั้งที่เราเป็นผู้ชายเสียงทุ้ม หรือเสียงมีความแหบพร่าแทรกอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีสาเหตุจากไข้หวัด นั่นแปลว่ากล่องเสียงเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้วว่าน้องเส้นเสียงกำลังทำงานหนักเกินไปและต้องการการดูแล
วิธีรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อคืนเสียงเดิม
ข่าวดีคืออาการนี้ส่วนใหญ่รักษาให้หายขาดได้ โดยไม่ต้องถึงขั้นผ่าตัดใหญ่เสมอไป แนวทางที่หมอมักจะแนะนำคนไข้มีดังนี้:
- พบนักอรรถบำบัดเพื่อฝึกออกเสียงใหม่: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด นักบำบัดจะสอนวิธีใช้ลมหายใจและการผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ เพื่อดึงเสียงให้อยู่ในระดับธรรมชาติที่เหมาะสม
- พักการใช้เสียงและดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ: งดการตะโกน กระซิบแรงๆ หรือการเคลียร์คอแรงๆ บ่อยๆ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้สายเสียงกระแทกกันรุนแรง
- รักษาโรคกรดไหลย้อน: หลายคนไม่รู้ว่ากรดที่ไหลย้อนขึ้นมาตอนกลางคืน แอบมาเผาผลาญเนื้อเยื่อสายเสียง ทำให้บวมและเกิดเสียงผิดปกติโดยไม่รู้ตัว
เมื่อไหร่ถึงควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจกล่องเสียงอย่างละเอียด
หากอาการเสียงสองระดับนี้เป็นติดต่อกันนานเกินสองสัปดาห์ โดยไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น แม้ว่าจะพักการพูดแล้วก็ตาม หรือมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น เจ็บคอเรื้อรัง กลืนลำบาก หายใจมีเสียงหวีด หรือไอเป็นเลือด แบบนี้ชะล่าใจไม่ได้เด็ดขาด ต้องรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อส่องกล้องดูสภาพสายเสียงด้านในอย่างละเอียด เพราะเราต้องตัดความเสี่ยงเรื่องโรคที่รุนแรงกว่าออกไปก่อนเสมอครับ