ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงกลายเป็นเด็กดื้อและชอบท้าทาย

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักมาปรึกษาหมอด้วยความเหนื่อยใจ เมื่อลูกน้อยที่เคยน่ารักเชื่อฟัง จู่ๆ กลับกลายเป็นคนละคน ชอบพูดคำว่า ไม่ ตลอดเวลา หรือจงใจทำสิ่งที่สั่งห้าม จริงๆ แล้วพฤติกรรมดื้อต่อต้านและท้าทายอำนาจเป็นพัฒนาการปกติในช่วงวัยหนึ่งของเด็ก เพื่อทดสอบขอบเขตของอำนาจและพยายามแยกตัวตนออกจากพ่อแม่ แต่ถ้าพฤติกรรมนี้รุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจมากกว่าแค่การเอาแต่ใจทั่วไป

สัญญาณเตือนว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่แค่วัยทองของเด็ก

การที่เด็กปฏิเสธบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเริ่มเข้าข่าย ปัญหาพฤติกรรมดื้อต่อต้านและท้าทายอำนาจ มักจะมีลักษณะเฉพาะที่แสดงออกบ่อยครั้ง ดังนี้

  • มักจะระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อไม่ได้ดั่งใจ
  • ชอบเถียงผู้ใหญ่หรือขัดคำสั่งอย่างจงใจ
  • ตั้งใจทำสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าจะทำให้คนอื่นรำคาญ
  • โทษผู้อื่นเสมอเมื่อทำผิดพลาด
  • มีอารมณ์โกรธง่ายและมีความพยาบาทเมื่อถูกขัดใจ

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกมาพบคุณหมอ

หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นนานเกินหกเดือน และส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว การเรียนที่โรงเรียน หรือทำให้ลูกไม่มีเพื่อน หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะปัญหาพฤติกรรมดื้อต่อต้านและท้าทายอำนาจ อาจเป็นอาการร่วมของภาวะอื่นๆ เช่น สมาธิสั้น หรือความบกพร่องทางอารมณ์ที่เด็กไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้

วิธีปรับพฤติกรรมให้ลูกกลับมาน่ารักเหมือนเดิม

การใช้อำนาจกดดันมักไม่ได้ผลดีเท่ากับการสร้างวินัยเชิงบวก หมอแนะนำแนวทางดังนี้

สร้างกติกาที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ

อย่าตั้งกฎตามอารมณ์ของผู้ปกครอง กฎควรมีน้อยแต่เน้นย้ำให้ชัด และทุกคนในบ้านต้องปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความสับสนในการเรียนรู้ขอบเขต

ให้ทางเลือกที่จำกัดแทนการออกคำสั่ง

แทนที่จะสั่งให้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้ลองเสนอทางเลือกสองอย่างที่ผู้ปกครองยอมรับได้ เช่น อยากจะอาบน้ำตอนนี้หรือจะอาบหลังจบการ์ตูนอีกห้านาที วิธีนี้ช่วยให้เด็กรู้สึกว่าเขามีอำนาจในการตัดสินใจบ้าง ทำให้ลดแรงต้านลงได้

ชมเชยเมื่อทำดีทันที

เมื่อไหร่ที่ลูกยอมทำตามกฎหรือจัดการอารมณ์ได้ดี ให้รีบกล่าวชื่นชมความพยายามนั้น การได้รับคำชมจะสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากทำพฤติกรรมเชิงบวกซ้ำอีก

บทสรุปสำหรับคุณพ่อคุณแม่

การรับมือกับลูกที่อยู่ในสภาวะต่อต้านต้องอาศัยความอดทนสูงมาก หมออยากให้มองว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือการสื่อสารที่ผิดวิธีของเด็กที่กำลังเรียนรู้โลก ความเข้าใจและการตอบสนองด้วยความนิ่งจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น หากพยายามปรับตัวตามนี้แล้วไม่ดีขึ้น การปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมจะช่วยให้ค้นพบสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมได้

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down