ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกร้องไห้หนักทุกครั้งที่ต้องแยกจากเรา นี่ใช่ภาวะความวิตกกังวลจากการพลัดพรากหรือเปล่า

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักกังวลเมื่อลูกเริ่มโตขึ้นแล้วมีอาการติดหนึบ ร้องไห้กระจองอแงทุกครั้งที่ต้องแยกจาก หรือแค่เดินไปเข้าห้องน้ำลูกก็ร้องตามเหมือนโลกจะแตกสลาย อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติ แต่มันคือ ภาวะความวิตกกังวลจากการพลัดพราก หรือ Separation Anxiety ซึ่งเป็นพัฒนาการทางอารมณ์ช่วงหนึ่งที่เด็กทุกคนต้องเผชิญ

ทำไมลูกถึงดูหวาดกลัวเวลาที่เราห่างสายตา

เด็กเล็กยังไม่เข้าใจเรื่องของเวลาและการกลับมา เขาเพียงแค่รับรู้ว่าตอนนี้คนที่ให้ความปลอดภัยและความสบายใจหายไปจากสายตา ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางจิตใจโดยตรง ยิ่งในช่วงวัย 8-18 เดือน ลูกจะเริ่มมีความสามารถในการแยกแยะใบหน้าคนแปลกหน้าและคนใกล้ชิดได้ชัดเจนขึ้น ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยหากไม่ได้อยู่กับคนที่คุ้นเคย ความกลัวนี้เป็นกลไกธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามพัฒนาการสมองและการรับรู้ของเด็กแต่ละคน

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังเผชิญกับภาวะนี้

สังเกตง่ายๆ จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้แสดงว่าเป็นเรื่องปกติของพัฒนาการ:

  • ร้องไห้หนักมากหรือเกาะขาแน่นเมื่อผู้ปกครองจะเดินออกจากห้อง
  • ไม่ยอมเล่นกับใครหรือทำกิจกรรมใดๆ หากพ่อแม่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้นด้วย
  • ตื่นมากลางดึกแล้วร้องไห้เรียกหาเพราะไม่เห็นหน้าพ่อแม่ข้างๆ
  • มีท่าทีประหม่าเมื่อต้องเจอคนแปลกหน้าหรือสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย

รับมืออย่างไรให้ลูกสบายใจและเติบโตได้อย่างมั่นคง

การจัดการกับ ภาวะความวิตกกังวลจากการพลัดพราก ไม่ใช่การบังคับให้ลูกหยุดร้อง แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าเราจะกลับมาเสมอ:

  • ฝึกแยกกันทีละน้อย: เริ่มจากช่วงเวลาสั้นๆ ในบ้าน เพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับการที่เราเดินหายไปในสายตาแล้วกลับมาปรากฏตัวใหม่
  • บอกลาให้ชัดเจน: อย่าแอบหนีตอนลูกเผลอ เพราะจะทำให้ลูกยิ่งหวาดระแวงและไม่มั่นใจว่าเราจะหายไปเมื่อไหร่ ควรบอกลาสั้นๆ และบอกว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ให้ชัดเจน
  • ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ: การมีตารางเวลาที่แน่นอนจะช่วยให้ลูกคาดเดาได้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอพ่อแม่ ซึ่งช่วยลดความตื่นตระหนกได้มาก
  • ใช้ตัวช่วยทางใจ: ของรักของหวงหรือตุ๊กตาตัวโปรดสามารถเป็นตัวแทนความอุ่นใจในช่วงที่เราไม่อยู่ได้

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเด็ก

โดยส่วนใหญ่ความกังวลนี้จะค่อยๆ หายไปเองเมื่อลูกโตขึ้นและเริ่มเข้าใจโลกมากขึ้น แต่หากพบว่าลูกมีอาการรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น ไม่ยอมไปโรงเรียนจนกระทบการเรียน มีอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดท้องหรืออาเจียนบ่อยครั้งเวลาต้องแยกจาก หรืออาการไม่ดีขึ้นเลยแม้จะพยายามปรับพฤติกรรมแล้ว ในกรณีนี้ควรพาลูกมาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาวิธีช่วยเหลือให้ลูกก้าวผ่านความกังวลนี้ไปได้อย่างมั่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down