ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมอาการปวดท้องถึงอยู่กับเรานานเป็นแรมเดือน

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาเดิมๆ คือ ปวดท้อง จุกเสียด แน่นกลางอก หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่เป็นๆ หายๆ มานานหลายเดือน กินยาแก้ปวดกระเพาะก็ดีขึ้นแค่ชั่วคราว พอหยุดยาก็กลับมาเป็นใหม่ นี่คือสัญญาณเตือนของภาวะกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินข้าวไม่ตรงเวลาเพียงอย่างเดียว

กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังต่างจากอาการปวดท้องปกติอย่างไร

การอักเสบแบบเรื้อรังหมายถึงเยื่อบุผิวกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคืองหรือถูกทำลายต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายใน ต่างจากอาการปวดท้องเฉียบพลันที่มักเกิดจากอาหารเป็นพิษหรือกินของเผ็ดจัด ซึ่งเมื่อหยุดตัวกระตุ้น อาการจะหายไปเอง แต่สำหรับคนที่เป็นเรื้อรัง เนื้อเยื่อข้างในจะมีความอ่อนแอและอักเสบอยู่ตลอดเวลา ทำให้ความสามารถในการย่อยและการป้องกันกรดลดลง

สาเหตุที่ทำให้กระเพาะพังโดยที่เราไม่รู้ตัว

มีปัจจัยหลักไม่กี่อย่างที่คอยกัดกร่อนเยื่อบุกระเพาะอาหารของเราให้บางลงเรื่อยๆ จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ได้แก่

  • เชื้อแบคทีเรียตัวร้าย: เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (H. pylori) เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบในกระเพาะอาหารได้ยาวนานที่สุด
  • นิสัยการใช้ยาแก้ปวด: การกินยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ต่อเนื่องโดยไม่ระวัง เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายชั้นเยื่อเมือกปกป้องกระเพาะ
  • พฤติกรรมทำร้ายกระเพาะ: ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ หรือการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนไปกระตุ้นให้กระเพาะผลิตกรดออกมามากเกินความจำเป็น

เช็กสัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าเรากำลังแย่

คนไข้ส่วนใหญ่มักมีอาการที่พบบ่อยดังนี้:

  • ปวดตื้อๆ หรือแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่หลังอาหารหรือเวลาหิว
  • รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น หรือแน่นท้องเหมือนมีลมเยอะตลอดเวลา
  • คลื่นไส้หลังรับประทานอาหาร
  • เรอเปรี้ยวหรือมีอาการขย้อนอาหารขึ้นมา

เมื่อไหร่ที่ต้องตัดสินใจส่องกล้องตรวจกระเพาะ

หากลองปรับพฤติกรรมและกินยาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติที่ต้องรีบมาพบหมอทันที ได้แก่ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเหมือนยางมะตอย น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือกลืนอาหารแล้วรู้สึกติดขัด กรณีเหล่านี้การส่องกล้องกระเพาะอาหารจะเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการดูว่ามีการอักเสบระดับไหน หรือมีแผลลึกไปจนถึงขั้นเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารหรือไม่

วิธีรักษาและการดูแลตัวเองให้กลับมาปกติ

การรักษาภาวะนี้ไม่ได้จบที่การกินยาลดกรดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแก้ที่ต้นเหตุ:

  • การใช้ยาเพื่อกำจัดเชื้อ: หากผลตรวจพบเชื้อ H. pylori หมอจะให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรดเพื่อกำจัดเชื้อให้สิ้นซาก
  • ปรับเปลี่ยนการกิน: เลี่ยงอาหารรสจัด ของมัน ของทอด และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งกรด
  • จัดระเบียบชีวิตใหม่: การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและการจัดการความเครียดมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวยา เพราะความเครียดส่งผลโดยตรงต่อการบีบตัวของกระเพาะอาหาร

การรักษาความอักเสบเรื้อรังต้องใช้ความอดทนและวินัยในการดูแลตัวเองสูง แต่ถ้าทำอย่างต่อเนื่อง เนื้อเยื่อกระเพาะอาหารจะค่อยๆ สมานตัวและกลับมาทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down