หมอมักจะได้เจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาหาด้วยอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือบางรายเดินทางมาพบหมอหลังจากประสบอุบัติเหตุล้มเบาๆ ในบ้าน แต่กลับกลายเป็นว่ากระดูกข้อมือหรือกระดูกสะโพกหักอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อหมอส่งตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกอย่างละเอียด จึงได้พบว่าคนไข้กำลังเผชิญกับ ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย อยู่ในร่างกายโดยไม่เคยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้ามาก่อนเลย
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมกระดูกของเราถึงมีทั้งความบางและความพรุนเกิดขึ้นพร้อมกันได้? คำว่ากระดูกบางกับกระดูกพรุนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร? หมออยากเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอย่างเข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนได้หันมาระวังและปกป้องโครงสร้างสำคัญของร่างกายก่อนที่จะสายเกินไป
ทำไมบางคนถึงมีทั้งภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุนในร่างกายพร้อมกัน?
ตามธรรมชาติของร่างกาย กระดูกมนุษย์เราไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงสร้างแข็งๆ แต่เป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิตซึ่งมีการสร้างใหม่และสลายตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อเราอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในวัยหลังหมดประมวลหรือผู้สูงอายุ กระบวนการสลายเนื้อกระดูกจะทำงานเร็วกว่าการสร้างเนื้อกระดูกทดแทน ทำให้มวลกระดูกค่อยๆ ลดลงทีละน้อย
ในทางการแพทย์ เราแบ่งความหนาแน่นของมวลกระดูกออกเป็นระดับ โดยวัดจากค่า T-Score:
- ภาวะกระดูกบาง (Osteopenia): คือระดับที่มวลกระดูกเริ่มลดลงต่ำกว่ามาตรฐานคนหนุ่มสาว ค่า T-Score อยู่ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 ซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยว่าโครงสร้างกระดูกเริ่มโปร่งและไม่แน่นเหมือนเดิม
- ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis): คือระดับที่มวลกระดูกลดลงรุนแรง จนค่า T-Score ต่ำกว่า -2.5 ลงไป โครงสร้างภายในกระดูกจะมีรูพรุนขนาดใหญ่คล้ายฟองน้ำ ทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่ายมาก แม้ถูกแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
การเกิด ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย หมายถึงการที่เนื้อกระดูกในร่างกายของคนไข้คนเดียวกัน มีระดับความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลงแตกต่างกันไปในแต่ละจุด เช่น กระดูกสันหลังข้อบนๆ อาจจะอยู่ในระดับกระดูกบาง แต่กระดูกข้อสะโพกหรือกระดูกสันหลังช่วงเอวกลับทรุดลงไปถึงระดับกระดูกพรุนแล้ว หรือเนื้อกระดูกส่วนใหญ่มีความบางลงทั่วร่างกายและมีบางบริเวณที่พรุนรุนแรงจนเสี่ยงต่อการหักอย่างมาก การตรวจพบภาวะนี้ร่วมกันจึงสะท้อนว่า ร่างกายกำลังสูญเสียแคลเซียมและแร่ธาตุในกระดูกอย่างต่อเนื่องในหลายตำแหน่งพร้อมๆ กัน
สัญญาณเล็กๆ ที่บอกว่ากระดูกของคุณอาจจะเริ่มโปร่งบางลงแล้ว
หมอมักจะเรียกโรคนี้ว่าเป็น 'ภัยเงียบ' เพราะในระยะแรกที่คุณเริ่มมีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน ร่างกายจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดใดๆ ออกมาเลย เนื้อกระดูกที่ค่อยๆ โปร่งลงไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนเหมือนเวลาเราเป็นแผลหรืออักเสบ แต่หากลองสังเกตดีๆ อาจมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกถึง ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย ได้แก่:
- ส่วนสูงลดลงอย่างเห็นได้ชัด: หากพบว่าส่วนสูงลดลงมากกว่า 2-3 เซนติเมตรขึ้นไปเมื่อเทียบกับสมัยหนุ่มสาว อาจเกิดจากการที่กระดูกสันหลังเริ่มบาง พรุน และทรุดตัวลงทีละน้อย
- หลังเริ่มค่อมหรือหลังโกง: โครงสร้างกระดูกสันหลังที่ยุบตัวลงจะทำให้บุคลิกภาพเปลี่ยนไป ท่าทางการเดินเริ่มเปลี่ยน
- อาการปวดหลังเรื้อรัง: โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดินนานๆ เกิดจากกระดูกสันหลังชิ้นเล็กๆ เริ่มมีการแตกร้าว micro-fracture จากการรับน้ำหนักไม่ไหว
- กระดูกหักง่ายผิดปกติ: เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มเบาๆ ในระดับความสูงเท่ากับการยืน แต่กลับทำให้กระดูกข้อมือ ข้อเท้า หรือสะโพกหักได้อย่างง่ายดาย
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มวลกระดูกค่อยๆ ลดลงโดยที่เราไม่รู้ตัว
การเกิดภาวะมวลกระดูกโปร่งบางจนเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วยนั้น เกิดจากหลากหลายปัจจัยที่เกี่ยวโยงกัน หมอสรุปปัจจัยสำคัญที่พบได้บ่อยในคนไข้ดังนี้:
1. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน การลดลงอย่างรวดเร็วของฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำให้เซลล์สลายกระดูก (Osteoclasts) ทำงานอย่างหนัก ส่งผลให้มวลกระดูกลดลงรวดเร็วมากในช่วง 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน
2. อายุที่เพิ่มขึ้น: เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่ 50-60 ปีขึ้นไป ทั้งผู้ชายและผู้หญิงจะมีการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblasts) ที่ช้าลงตามธรรมชาติ
3. การขาดสารอาหารสำคัญ: การได้รับแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอต่อวัน ทำให้ร่างกายต้องดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ในระบบเลือดเพื่อรักษาสมดุล
4. พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน: การนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน ขาดการออกกำลังกายชนิดลงน้ำหนัก การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูง แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ รวมถึงการทานอาหารรสจัดหรือมีโซเดียมสูง
5. การใช้ยาบางชนิดเรื้อรัง: โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านการชัก หรือยาลดกรดบางประเภทที่ส่งผลต่อการดูดซึมแคลเซียม
อ่านค่าตรวจมวลกระดูก DEXA Scan อย่างไรให้เข้าใจง่าย
การตรวจวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วยที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากล คือการตรวจความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่อง DEXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) ซึ่งใช้รังสีปริมาณต่ำมาก สแกนบริเวณกระดูกสันหลังช่วงเอวและกระดูกข้อสะโพก
ผลการตรวจจะออกมาเป็นค่า T-Score ซึ่งหมอจะเปรียบเทียบมวลกระดูกของคุณกับมวลกระดูกของคนหนุ่มสาวที่มีสุขภาพดี:
- ค่า T-Score ตั้งแต่ -1.0 ขึ้นไป: มวลกระดูกปกติ (Normal)
- ค่า T-Score อยู่ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5: มีภาวะกระดูกบาง (Osteopenia)
- ค่า T-Score ต่ำกว่า -2.5 ลงไป: มีภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis)
หากผลตรวจพบว่าบริเวณกระดูกสันหลังมีค่า -2.7 (กระดูกพรุน) แต่บริเวณข้อสะโพกมีค่า -1.8 (กระดูกบาง) นั่นคือข้อบ่งชี้ว่าคุณมี ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย ซึ่งหมอจะนำค่าเหล่านี้มาประเมินความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักในอนาคตเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
การรักษาภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย หมอมีวิธีช่วยชะลอและเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกอย่างไร
เมื่อตรวจพบภาวะนี้แล้ว คนไข้ไม่ต้องตกใจ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยยับยั้งการสูญเสียเนื้อกระดูก และช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกให้กลับมาแข็งแรงขึ้นได้ การรักษาจะแบ่งออกเป็นหลายแนวทางควบคู่กัน:
1. การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)
หมอจะพิจารณาจ่ายยาตามความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่:
- ยาลดการสลายกระดูก (Antiresorptive agents): เช่น ยากลุ่ม Bisphosphonates ซึ่งช่วยยับยั้งไม่ให้กระดูกถูกสลายเร็วเกินไป มีทั้งรูปแบบยาทานรายสัปดาห์/รายเดือน หรือแบบฉีดเข้าเส้นเลือดปีละครั้ง
- ยากลุ่มชีววัตถุ (Biological agents): เช่น ยาฉีด Denosumab ที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเซลล์สลายกระดูก ออกฤทธิ์ได้ดีและฉีดเพียงปีละ 2 ครั้ง
- ยากระตุ้นการสร้างกระดูก (Bone anabolics): สำหรับกรณีที่กระดูกพรุนรุนแรง หมออาจพิจารณาใช้ยาที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูกใหม่โดยตรง
2. การเสริมแร่ธาตุและวิตามิน
การรับประทานยารักษาอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลเต็มที่ หากร่างกายขาดวัตถุดิบในการสร้างกระดูก คนไข้จำเป็นต้องได้รับ แคลเซียม วันละประมาณ 1,000-1,200 มิลลิกรัม ควบคู่กับ วิตามินดี 3 ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดและกระดูก
ดูแลตัวเองอย่างไรให้กระดูกแข็งแรง ไม่เปราะหักง่ายเมื่ออายุมากขึ้น
นอกเหนือจากการรักษาด้วยยาแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูก และป้องกันอุบัติเหตุกระดูกหักได้อย่างยั่งยืน:
เลือกทานอาหารที่ช่วยบำรุงเนื้อกระดูก
เน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมสด โยเกิร์ต กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อยที่ทานได้ทั้งก้าง ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า กวางตุ้ง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น ตู้หู้แข็ง
ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-Bearing Exercise)
กระดูกจะตอบสนองและสร้างมวลกระดูกเพิ่มขึ้นเมื่อมีแรงกดแรงกระแทกที่เหมาะสม หมอแนะนำให้เดินเร็ว จ๊อกกิ้งเบาๆ เต้นแอโรบิก หรือเดินขึ้นบันได ร่วมกับการออกกำลังกายแรงต้าน (Resistance Training) เช่น การยกเวทน้ำหนักเบา เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบกระดูก
รับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า
ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เองจากแสงแดด การรับแสงแดดเช้าหรือเย็นประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน จะช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามินดีธรรมชาติในร่างกายได้ดีมาก
ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านเพื่อป้องกันการล้ม
เพราะผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย มีความเสี่ยงสูงมากที่กระดูกจะหักเมื่อลื่นล้ม จึงควรจัดบ้านให้ปลอดภัย:
- ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ และใช้แผ่นยางกันลื่น
- เพิ่มแสงสว่างบริเวณทางเดินและบันไดให้เพียงพอ
- เก็บสายไฟและสิ่งของที่กีดขวางบนพื้นออกให้หมด
- สวมใส่รองเท้าที่กระชับและพื้นกันลื่นเสมอแม้เดินในบ้าน
ภาวะกระดูกพรุนและบางร่วมด้วย อาจดูเป็นเรื่องน่ากลัวเพราะเป็นภัยเงียบที่ไม่แสดงอาการ แต่ถ้าเราใส่ใจ ตรวจเช็กมวลกระดูกอย่างสม่ำเสมอเมื่อเข้าสู่วัยเสี่ยง และได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องจากแพทย์ ร่วมกับการปรับพฤติกรรม คุณก็สามารถมีกระดูกที่แข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกๆ วัน