ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านคงเคยตกใจไม่น้อย เมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยหายใจครืดคราด หรือมีอาการเหมือนเสมหะติดอยู่ในลำคอ เสียงเล็กๆ ที่น่าเป็นห่วงนี้ มักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลว่าลูกจะหายใจลำบาก หรือมีอันตรายอะไรหรือไม่ วันนี้คุณหมอจะพาไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการที่ต้องสังเกต และวิธีดูแลจัดการเสมหะในทารกแรกเกิดอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รับมือได้อย่างมั่นใจและสบายใจมากขึ้น

ทำไมลูกน้อยแรกเกิดถึงมีเสมหะง่ายจัง?

ทารกแรกเกิดมีโอกาสเกิดภาวะเสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าเด็กโตหรือผู้ใหญ่ สาเหตุหลักๆ มาจาก:

  • ระบบทางเดินหายใจยังไม่สมบูรณ์เต็มที่: หลอดลมและทางเดินหายใจของทารกยังมีขนาดเล็กและบอบบาง กล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเสมหะยังไม่แข็งแรงพอ ทำให้เสมหะที่สร้างขึ้นมาเพื่อดักจับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค ถูกขับออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ปฏิกิริยาต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ: ทารกแรกเกิดมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นในอากาศ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ สารก่อภูมิแพ้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ทำให้ร่างกายสร้างเสมหะออกมาปกป้องตัวเองมากขึ้น
  • น้ำคร่ำหรือขี้เทาที่ค้างอยู่: ทารกบางคนอาจมีน้ำคร่ำหรือขี้เทาที่ติดค้างอยู่ในระบบทางเดินหายใจหลังคลอด ทำให้เกิดเสียงครืดคราดได้ในช่วงแรกๆ

สัญญาณที่บอกว่าลูกน้อยมีเสมหะมากเกินไป

การสังเกตอาการของลูกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจกับสัญญาณเหล่านี้:

  • เสียงหายใจครืดคราด: เป็นเสียงที่ได้ยินชัดเจนที่สุด เกิดจากการที่อากาศผ่านเสมหะที่ค้างอยู่ในทางเดินหายใจ
  • หายใจลำบาก: ลูกอาจหายใจเร็วขึ้น หอบเหนื่อย หรือมีอาการอกบุ๋ม (ผนังหน้าอกส่วนล่างบุ๋มลงไปขณะหายใจเข้า)
  • กินนมได้น้อยลง: เสมหะที่มากอาจทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัว หรือหายใจลำบากขณะดูดนม
  • กระสับกระส่าย งอแง: ลูกอาจนอนหลับไม่สนิท หรืองอแงมากกว่าปกติ
  • ไอ: เป็นกลไกที่ร่างกายพยายามขับเสมหะออกมา

คุณพ่อคุณแม่ช่วยลูกน้อยเองได้ที่บ้านอย่างไร?

หากลูกน้อยมีอาการไม่รุนแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นด้วยวิธีเหล่านี้ได้:

จัดท่านอนให้ลูกน้อยหายใจสบายขึ้น

ควรให้ลูกนอนหงาย โดยยกศีรษะและลำตัวส่วนบนให้สูงขึ้นเล็กน้อย อาจใช้หมอนรองศีรษะทารกแบบลาดเอียง หรือวางผ้าขนหนูรองใต้ที่นอนช่วงบน เพื่อช่วยให้เสมหะไหลลงไปได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสที่เสมหะจะไปอุดกั้นทางเดินหายใจ

ใช้น้ำเกลือช่วยล้างจมูก

การใช้น้ำเกลือหยดจมูก หรือพ่นจมูกสำหรับเด็กเล็ก (ตามคำแนะนำของเภสัชกร) จะช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลง และง่ายต่อการดูดออก หรือทำให้ลูกจามออกมาได้ง่ายขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้น้ำเกลือในทารกแรกเกิด

ดูดเสมหะด้วยลูกยางแดงหรือเครื่องดูดแบบพกพา

เมื่อเสมหะอ่อนตัวลงแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ลูกยางแดงดูดเสมหะออกจากจมูกหรือปากของลูกได้อย่างเบามือ ควรทำอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ลูกรู้สึกอึดอัดมากเกินไป และควรทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหลังใช้งาน

สร้างความชุ่มชื้นในห้องนอน

การเปิดเครื่องพ่นไอน้ำ หรือวางกะละมังน้ำไว้ในห้อง จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ทำให้เสมหะไม่แห้งและข้นจนเกินไป ลูกจะหายใจได้สบายขึ้น และขับเสมหะได้ง่ายขึ้น

วิธีเคาะปอดเบาๆ ที่บ้าน (แต่ต้องระวัง!)

การเคาะปอดช่วยให้เสมหะที่ติดค้างหลุดออกจากผนังหลอดลมได้ง่ายขึ้น แต่ต้องทำด้วยความนุ่มนวลและถูกวิธีอย่างยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ควรเรียนรู้วิธีจากแพทย์หรือพยาบาลโดยตรง ก่อนที่จะลงมือทำเองที่บ้าน โดยปกติจะอุ้มลูกพาดบ่าหรือนอนคว่ำบนตัก และใช้มือที่โค้งงอเล็กน้อยเคาะเบาๆ บริเวณหลังของลูก ทำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่แรงจนเกินไป

อาการแบบไหนที่คุณหมออยากให้รีบพามาโรงพยาบาล?

แม้ว่าอาการมีเสมหะในทารกแรกเกิดส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องรีบพามาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม สัญญาณอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • หายใจลำบากมาก: ลูกหอบเหนื่อยชัดเจน หายใจเร็วผิดปกติ หรือมีอาการอกบุ๋มรุนแรง
  • ริมฝีปาก หรือปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ: แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ไม่ยอมดูดนม หรือซึมลง: ลูกไม่ดูดนมได้เหมือนเดิม อ่อนเพลีย หรือดูซึมผิดปกติ
  • มีไข้สูง: โดยเฉพาะในทารกแรกเกิด การมีไข้สูงอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ
  • ไอแรง มีเสมหะปนเลือด: เป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทันที

เคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยลดโอกาสลูกมีเสมหะ

  • หลีกเลี่ยงควันและฝุ่น: จัดสภาพแวดล้อมให้ลูกอยู่ในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากควันบุหรี่ ควันรถ หรือฝุ่นละอองต่างๆ
  • รักษาสุขอนามัยที่ดี: ล้างมือบ่อยๆ ก่อนจับต้องตัวลูก หรือเตรียมอาหารให้ลูก
  • ให้ลูกดูดนมแม่: นมแม่มีภูมิต้านทาน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรง ลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

การมีเสมหะในทารกแรกเกิดเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรมองข้าม หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและเหมาะสมกับลูกน้อยของเรา คุณหมอหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยคลายความกังวลให้คุณพ่อคุณแม่ได้ไม่มากก็น้อย ดูแลสุขภาพตัวน้อยอย่างใกล้ชิดและใส่ใจเสมอนะครับ/คะ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down