ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกร้องไห้กวนบ่อย หรืออึบ่อยผิดปกติใช่ไหม? อาจเป็นเรื่องกล้ามเนื้อหูรูด

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลใจเมื่อเห็นลูกน้อยมีอาการท้องอืด เบ่งหน้าดำหน้าแดง หรือขับถ่ายไม่เป็นเวลา บางครั้งก็นึกไปไกลว่าลูกป่วยหนักหรือมีปัญหาทางเดินอาหาร ทั้งที่จริงแล้วอาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจาก พัฒนาการของกล้ามเนื้อหูรูดที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของทารกที่ร่างกายกำลังค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับโลกภายนอก

กล้ามเนื้อหูรูดทำงานอย่างไรในเด็กเล็ก?

กล้ามเนื้อหูรูดทำหน้าที่เหมือนประตูกั้นระหว่างอวัยวะต่างๆ เช่น หูรูดที่หลอดอาหาร หรือหูรูดที่ทวารหนัก ในเด็กทารกโดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจนถึง 3-6 เดือน ประตูเหล่านี้ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพนัก กล้ามเนื้อรอบๆ ยังไม่มีความแข็งแรงพอที่จะปิดสนิทหรือเปิดออกตามจังหวะที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดอาการที่พ่อแม่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่:

  • ภาวะกรดไหลย้อนในเด็ก: หูรูดตรงรอยต่อกระเพาะกับหลอดอาหารยังปิดไม่สนิท ทำให้นมไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย
  • อาการปวดเบ่ง: เด็กยังไม่รู้วิธีผสานจังหวะการเบ่งกับการผ่อนคลายหูรูดทวารหนัก ทำให้เกิดการเบ่งสู้กันเองจนร้องไห้

ทำไมลูกถึงยังคุมการขับถ่ายไม่ได้?

การขับถ่ายต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันระหว่างระบบประสาทและกล้ามเนื้อหูรูด เมื่อลูกเริ่มได้รับนมหรืออาหาร กล้ามเนื้อทางเดินอาหารจะเริ่มบีบตัว แต่ถ้าหูรูดทวารหนักยังไม่ยอมเปิดออกในจังหวะที่ลำไส้บีบไล่อุจจาระลงมา ลูกจะรู้สึกอึดอัดและพยายามเบ่งสู้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทารกมีอาการหน้าแดงและร้องไห้งอแงก่อนถ่ายอุจจาระ เป็นพัฒนาการปกติที่มักจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อลูกโตขึ้นและมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น

ลูกเราแค่มีพัฒนาการช้า หรือมีปัญหาผิดปกติกันแน่?

ส่วนใหญ่แล้วภาวะนี้จะหายไปเองเมื่อลูกอายุมากขึ้น แต่พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนที่บอกว่าอาจไม่ใช่แค่พัฒนาการที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่เป็นความผิดปกติที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์:

  • ลูกมีน้ำหนักตัวไม่ขึ้น หรือน้ำหนักลดลง
  • อาเจียนรุนแรงออกมาเป็นน้ำดีสีเขียวหรือเหลืองจัด
  • ท้องป่องตึงผิดปกติ หรือท้องผูกรุนแรงติดต่อกันหลายวัน
  • มีเลือดปนออกมากับอุจจาระ

วิธีรับมือและช่วยเหลือลูกน้อยให้สบายตัวขึ้น

ในระหว่างที่รอให้กล้ามเนื้อของลูกพัฒนาตามวัย พ่อแม่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การทำท่าปั่นจักรยานอากาศเพื่อช่วยไล่ลมในท้อง การนวดท้องเบาๆ ในลักษณะตามเข็มนาฬิกา หรือการจัดท่านั่งและท่านอนให้เหมาะสมหลังมื้อนม สิ่งสำคัญที่สุดคือความใจเย็นและการสังเกต เพราะการที่ลูกร้องไห้อาจไม่ได้แปลว่าป่วยเสมอไป แต่เป็นเพียงแค่ร่างกายของเขาที่กำลังฝึกหัดควบคุมกล้ามเนื้อให้ได้ตามมาตรฐานในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down