โรคไข้ดำแดงคืออะไร และทำไมถึงมีชื่อเรียกแบบนี้
หลายคนอาจจะคุ้นหูกับชื่อโรคไข้ดำแดงมาจากวรรณกรรมเก่าๆ หรือเรื่องเล่าในอดีต จริงๆ แล้วโรคนี้ไม่ได้แปลว่าผิวของผู้ป่วยจะเปลี่ยนเป็นสีดำแดงน่ากลัวอย่างที่ชื่อเรียก แต่เป็นชื่อที่มาจากลักษณะของผื่นแดงราบกระจายทั่วตัว ร่วมกับอาการไข้สูงที่เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย โดยในทางการแพทย์เราเรียกโรคนี้ว่า สคาลาร์เฟเวอร์ (Scarlet Fever) ซึ่งมักพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถติดเชื้อนี้ได้เช่นกันถ้าภูมิคุ้มกันไม่พร้อมหรือรับเชื้อมาเต็มๆ
สาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อโรคไข้ดำแดง
ต้นตอจริงๆ ของโรคนี้ไม่ได้มาจากไหนไกลครับ เป็นเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเอสเตรปโตคอคคัส (Group A Streptococcus) ซึ่งเป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอหรือต่อมทอนซิลอักเสบบ่อยๆ แต่ความพิเศษหรือความร้ายกาจของเชื้อตัวนี้คือ มันสามารถสร้างสารพิษหรือท็อกซินออกมาได้ด้วย เจ้าสารพิษตัวนี้นี่เองที่เป็นตัวการทำให้เกิดผื่นแดงกระจายไปทั่วร่างกายตามชื่อของโรค
ติดเชื้อโรคไข้ดำแดงได้อย่างไร
การติดต่อของโรคนี้ง่ายมากครับเพราะเชื้อโรคอาศัยอยู่ในทางเดินหายใจ โดยการติดต่อหลักๆ มีดังนี้
- การไอหรือจามใส่กัน: เวลาที่คนป่วยไอ จาม หรือแม้แต่พูดคุย ละอองฝอยน้ำลายที่มีเชื้อโรคจะกระจายไปในอากาศและมีคนสูดดมเข้าไป
- การสัมผัสโดยตรง: การใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม หรือของเล่นในเด็กที่มักจะเอาเข้าปาก
- แผลที่ผิวหนัง: ในบางกรณีเชื้ออาจเข้าทางแผลที่ผิวหนังที่มีการติดเชื้ออยู่แล้ว
สังเกตอาการเด่น ช่วงไหนที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคไข้ดำแดง
เวลาที่ตรวจคนไข้ที่เป็นโรคนี้ อาการมักจะมาเป็นชุดและสังเกตค่อนข้างง่าย เริ่มต้นจากอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไปก่อน ดังนี้
- ไข้สูงและเจ็บคอมาก: ไข้จะขึ้นสูงฉับพลันร่วมกับอาการเจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก ตรวจดูในคอจะเห็นต่อมทอนซิลบวมแดงและมีคราบหนองสีขาวๆ
- ผื่นแดงทั่วตัว: จะเริ่มขึ้นประมาณวันที่สองหลังมีไข้ ลักษณะผื่นจะเป็นจุดแดงเล็กๆ สากมือเวลาลูบคล้ายกระดาษทราย เริ่มจากบริเวณคอและหน้าอก ก่อนจะลามไปที่ลำตัว แขน และขา
- ลิ้นสตรอเบอร์รี่: ในช่วงแรกๆ ลิ้นจะมีฝ้าขาวปกคลุม แต่พอผ่านไปสักสองสามวัน ฝ้าขาวจะหลุดออก เหลือไว้แต่ปุ่มลิ้นสีแดงสดที่ชูชันขึ้นมา ซึ่งคล้ายกับผิวของผลสตรอเบอร์รี่
- ผิวลอกหลังหายป่วย: เมื่อไข้ลดและผื่นเริ่มจางลง ผิวหนังบริเวณที่เคยมีผื่น เช่น ฝ่ามือและฝ่าเท้า อาจจะเกิดอาการลอกเป็นขุยๆ ตามมา
วิธีรักษาและการดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคนี้
ข่าวดีคือโรคนี้รักษาให้หายขาดได้ไม่ยากครับ ถ้ารู้ตัวเร็วและได้รับการรักษาที่ถูกต้องตามขั้นตอน
- การใช้ยาปฏิชีวนะ: เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย แพทย์จึงจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อ ซึ่งต้องทานให้ครบตามกำหนดอย่างเคร่งครัดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยาและป้องกันโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง
- การรักษาตามอาการ: ทานยาลดไข้แก้ปวด พักผ่อนมากๆ และดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ
- การทานอาหารอ่อน: เนื่องจากมีอาการเจ็บคอมาก ควรเลือกทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก หรือซุปอุ่นๆ
อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
ถึงแม้บางคนจะมีอาการไม่รุนแรง แต่ถ้าหากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน
- ไข้สูงมากจนทานยาลดไข้แล้วไม่ยอมลง
- มีอาการคอแข็ง หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
- เจ็บคอมากจนไม่สามารถกลืนน้ำลายหรืออาหารได้เลย อาเจียนบ่อย
- มีอาการซึมลง ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการบวมตามข้อต่อต่างๆ
การป้องกันโรคไข้ดำแดงไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรักษาความสะอาดและสุขอนามัยพื้นฐาน หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บคอหรือมีไข้ หากเป็นคนในครอบครัวเดียวกันควรแยกของใช้ส่วนตัว และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อในบ้านครับ