เวลาที่นั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจ แล้วบอกว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ยาทานเม็ดจะเอาอยู่ และถึงเวลาที่ต้องพึ่งพา การใช้ยาอินซูลินทดแทน แล้วนะ มักจะเห็นสีหน้ากังวลใจของคนไข้สะท้อนออกมาทันที หลายคนใจหาย คิดว่าตัวเองเดินทางมาถึงระยะสุดท้ายของโรคเบาหวานแล้ว หรือจินตนาการไปไกลว่าต้องเจ็บตัวคอยจิ้มพุงทุกวันไปตลอดชีวิต
ในฐานะหมอ อยากชวนมาคุยกันสบายๆ ในมุมมองใหม่ครับ การฉีดอินซูลินไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และไม่ได้แปลว่าเราล้มเหลวในการดูแลตัวเอง แต่มันคือการยื่นมือเข้าไปช่วยตับอ่อนของเราที่กำลังเหนื่อยล้า ให้ได้พักผ่อนบ้าง และช่วยดึงระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย เพื่อปกป้องอวัยวะสำคัญอย่างไต หัวใจ และหลอดเลือดของเราไว้ต่างหาก
ทำไมหมอถึงบอกว่าถึงเวลาต้องใช้อินซูลินแล้ว?
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคที่ดำเนินไปตามกาลเวลาครับ ในช่วงแรกตับอ่อนของเรายังพอผลิตอินซูลินออกมาสู้ไหว ร่วมกับยาทานเม็ดต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นหรือช่วยให้ร่างกายไวต่ออินซูลินมากขึ้น แต่ผ่านไปหลายปี ตับอ่อนที่ทำงานหนักมาตลอดก็เริ่มล้า ปริมาณอินซูลินที่ผลิตได้จึงค่อยๆ ลดน้อยลงจนไม่เพียงพอ
เมื่อค่าน้ำตาลสะสมหรือ HbA1c สูงเกินเป้าหมาย แม้ว่าจะทานยาเต็มที่แล้ว การตัดสินใจเริ่ม การใช้ยาอินซูลินทดแทน จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด เพราะเรากำลังเติมฮอร์โมนตัวจริงที่ร่างกายขาดหายไปกลับเข้าไป เพื่อจัดการกับน้ำตาลในกระแสเลือดไม่ให้ไปสร้างความเสียหายให้กับหลอดเลือดฝอยทั่วร่างกาย
ความเข้าใจผิดยอดฮิตที่ทำให้หลายคนกลัวการฉีดอินซูลิน
ความกลัวอันดับหนึ่งหนีไม่พ้นเรื่องความเจ็บครับ คนไข้หลายคนกลัวเข็ม แต่ในความเป็นจริง เข็มสำหรับฉีดอินซูลินในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กและสั้นมากๆ เล็กกว่าเข็มเจาะเลือดปลายนิ้วเสียอีก เวลาฉีดแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย หรือรู้สึกเหมือนมดกัดเบาๆ เท่านั้น
ความเข้าใจผิดอีกอย่างคือ คิดว่าฉีดแล้วจะทำให้ไตพัง ความจริงคือ โรคเบาหวานต่างหากครับคือน้ำผิวดินที่ค่อยๆ กัดเซาะไตให้อายุสั้นลง การใช้ยาอินซูลินทดแทน ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ดีต่างหาก คือเกราะป้องกันที่ช่วยยืดอายุการทำงานของไตให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด
ประเภทของอินซูลินที่หมอเลือกใช้ให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
อินซูลินไม่ได้มีแบบเดียวครับ แพทย์จะเลือกชนิดที่เข้ากับวิถีชีวิตและรูปแบบการกินอาหารของคนไข้แต่ละคนมากที่สุด เพื่อให้ค่าน้ำตาลสม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้ครับ
อินซูลินออกฤทธิ์นาน: เพื่อนคู่คิดตลอด 24 ชั่วโมง
อินซูลินกลุ่มนี้เปรียบเสมือนพื้นฐานของร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในช่วงที่เราไม่ได้กินอาหาร เช่น ตอนกลางคืนหรือระหว่างมื้อ โดยปกติจะฉีดเพียงวันละ 1 ครั้งก่อนนอน หรือเวลาเดิมของทุกวัน เพื่อคอยพยุงระดับน้ำตาลพื้นฐานให้อยู่ในเกณฑ์ที่มั่นคง
อินซูลินออกฤทธิ์สั้น: ตัวช่วยจัดการน้ำตาลมื้ออาหาร
สำหรับมื้ออาหารหลักที่มีแป้งและน้ำตาลเข้าไป อินซูลินกลุ่มนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับปริมาณน้ำตาลที่พุ่งสูงขึ้นหลังทานอาหาร โดยมักจะฉีดก่อนมื้ออาหารประมาณ 15 ถึง 30 นาที เพื่อให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ทันเวลาพอดีกับน้ำตาลที่กำลังดูดซึมเข้าร่างกาย
เทคนิคการฉีดอินซูลินด้วยตัวเองที่บ้านให้ไม่เจ็บและได้ผลดี
การฉีดอินซูลินไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ขอแค่เราเข้าใจเทคนิคง่ายๆ ไม่กี่ข้อดังนี้
- เลือกตำแหน่งฉีดให้ถูกต้อง: บริเวณที่ดูดซึมอินซูลินได้ดีและปลอดภัยที่สุดคือหน้าท้อง โดยให้ห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว หลีกเลี่ยงจุดที่มีรอยช้ำ ก้อนไต หรือรอยแผลเป็น
- หมุน ียนตำแหน่งฉีด: อย่าฉีดที่เดิมซ้ำๆ ครับ ควรขยับตำแหน่งไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นไขใต้ผิวหนังหนาตัวเป็นก้อนแข็ง ซึ่งจะมีผลต่อการดูดซึมยา
- เก็บรักษาให้ถูกวิธี: ปากกาอินซูลินที่ยังไม่ได้ใช้ต้องเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดา ห้ามแช่ช่องฟรีซเด็ดขาด ส่วนปากคนที่กำลังใช้งานอยู่สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 1 เดือน
สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง: ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
เมื่อเราเริ่ม การใช้ยาอินซูลินทดแทน สิ่งที่ต้องรู้เท่าทันคืออาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากมื้อนั้นทานอาหารน้อยเกินไป ออกกำลังกายหนักกว่าปกติ หรือฉีดอินซูลินเกินขนาด
อาการเตือนที่ต้องสังเกตคือ ใจสั่น เหงื่อออก, มือสั่น, เวียนหัว หิวข้าวอย่างรุนแรง หรือรู้สึกไม่มีแรง หากมีอาการเหล่านี้ให้รีบจัดการทันด้วยการอมลูกอม ดื่มน้ำหวาน หรือทานน้ำอัดลมธรรมดาครึ่งแก้ว แล้วอาการจะค่อยๆ ดีขึ้น
การเริ่มต้นใช้อินซูลินอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรกสักหน่อยครับ แต่เชื่อหมอเถอะว่า เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นเคย และเราเห็นค่าน้ำตาลลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่สวยงาม อาการอ่อนเพลียจะหายไป และเราจะมีเรี่ยวแรงกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสดใสมีความสุขอีกครั้งครับ