เวลาที่นั่งคุยกับคนไข้ในห้องตรวจแล้วบอกว่า น้ำตาลในเลือดเริ่มสูงเกินกว่าที่ยาทานเม็ดจะเอาอยู่ และถึงเวลาที่ต้องมาคุยกันเรื่องการฉีดอินซูลิน หลายคนมักจะมีสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด บางคนตกใจคิดว่าตัวเองอาการแย่มากแล้ว หรือบางคนกังวลเรื่องการต้องมานั่งแทงเข็มใส่วันละหลายๆ รอบ
ในฐานะหมอ อยากชวนมาทำความเข้าใจเรื่องนี้ใหม่แบบสบายๆ อินซูลินไม่ใช่บทลงโทษ แต่มันคือฮอร์โมนธรรมชาติที่ตับอ่อนของเราเคยผลิตได้ แต่วันนี้เขาอาจจะเหนื่อยล้าและทำงานลดลง การที่เราฉีดอินซูลินเข้าไปเสริม ก็เหมือนกับการหาผู้ช่วยมาแบ่งเบาภาระ เพื่อให้ร่างกายกลับมาสมดุลและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
ทำไมถึงต้องถึงมืออินซูลิน? ทำความเข้าใจกันก่อน
โรคเบาหวานประเภทที่ 1 ร่างกายหยุดสร้างอินซูลินไปเลย อันนี้ชัดเจนว่าต้องใช้อินซูลินทดแทนตั้งแต่เริ่มต้น แต่สำหรับเบาหวานประเภทที่ 2 ที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลินร่วมกับการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนนี้ลดลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
เมื่อกินยาเม็ดคุมน้ำตาลเต็มที่แล้วค่าน้ำตาลสะสมหรือค่าเอชบีเอวันซี (HbA1c) ยังสูงเกินเป้าหมาย แปลว่าตับอ่อนเริ่มล้า การฝืนกินยาเพิ่มอาจไม่ได้ผลแถมยังเป็นภาระต่อตับและไต การเติมอินซูลินเข้ามาจึงเป็นทางออกที่ตรงจุดที่สุดในการช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ประเภทของอินซูลินที่มีใช้ในปัจจุบัน
อินซูลินไม่ได้มีแบบเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบการทำงานของตับอ่อนในยามปกติ เพื่อให้คนไข้ใช้ชีวิตได้สะดวกที่สุด โดยหลักๆ แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนี้
- อินซูลินออกฤทธิ์สั้นหรือออกฤทธิ์เร็ว: ใช้ฉีดก่อนมื้ออาหาร เพื่อจัดการกับน้ำตาลที่จะพุ่งสูงขึ้นหลังทานอาหารเข้าไป
- อินซูลินออกฤทธิ์ยาว: มักฉีดวันละครั้งก่อนนอนหรือเวลาเดิมของทุกวัน ทำหน้าที่คุมระดับน้ำตาลพื้นฐานตลอด 24 ชั่วโมง
- อินซูลินแบบผสมสำเร็จรูป: รวมทั้งแบบออกฤทธิ์เร็วและออกฤทธิ์ยาวไว้ในเข็มเดียว เพื่อความสะดวกสำหรับคนที่ไม่ต้องการฉีดยาบ่อย
เทคนิคการฉีดยาด้วยตัวเองที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ภาพจำของเข็มฉีดยาโบราณที่ยาวและน่ากลัวใช้ไม่ได้กับยุคนี้แล้ว เพราะเข็มอินซูลินสมัยใหม่มีขนาดเล็กและสั้นมาก แทบจะไม่รู้สึกเจ็บเวลาแทงลงไปใต้ผิวหนัง
ตำแหน่งยอดฮิตสำหรับการฉีด:
- หน้าท้อง: เป็นจุดที่ยาดูดซึมได้เร็วที่สุด แต่ควรฉีดห่างจากสะดือประมาณสองนิ้วมือ
- ต้นขาด้านหน้าและสะโพก: ยาจะดูดซึมช้ากว่า เหมาะกับอินซูลินออกฤทธิ์ยาว
- ต้นแขนด้านนอก: เป็นอีกจุดที่นิยม แต่บางคนอาจต้องให้คนในครอบครัวช่วยฉีดให้
สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นเปลี่ยนตำแหน่งฉีดวนไปเรื่อยๆ ในบริเวณเดิมแต่ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดก้อนไขมันใต้ผิวหนังที่ทำให้ยาดูดซึมไม่ดี
วิธีรับมือกับภาวะน้ำตาลต่ำที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดของการใช้อินซูลินคือ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากฉีดยาแล้วทานอาหารน้อยเกินไป ออกกำลังกายหักโหมกว่าปกติ หรือลืมทานข้าว
อาการเตือนที่ต้องสังเกตคือ ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น เวียนหัว หิวข้าวผิดปกติ หรือรู้สึกไม่มีแรง หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ให้รีบจัดการทันทีด้วยการทานลูกอม น้ำหวาน หรือน้ำอัดลมธรรมดาประมาณครึ่งแก้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 15 นาที แล้วค่อยหาของว่างทานรองท้องต่อเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลตกซ้ำ
ปรับวิถีชีวิตควบคู่ไปกับการใช้อินซูลิน
การฉีดยาอินซูลินไม่ได้หมายความว่าจะทานอะไรตามใจชอบก็ได้นะครับ การควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล รวมถึงการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้อินซูลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และอาจช่วยลดปริมาณยาที่ต้องใช้ลงได้ในอนาคต
การเริ่มต้นใช้ออินซูลินอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก ทั้งเรื่องการนับคาร์โบไฮเดรต การฝึกฉีดยา และการเจาะเลือดปลายนิ้วเพื่อเช็คระดับน้ำตาล แต่เชื่อเถอะว่าเมื่อร่างกายเริ่มคุ้นชินและค่าน้ำตาลลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ พลังงานและความสดใสในตัวจะกลับมาอย่างแน่นอนครับ