ช่วงนี้หลายคนอาจจะกำลังเผชิญกับอาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่ทำให้ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วอาเจียนออกมาบ่อยๆ จนแทบไม่มีแรง แต่พอลองสังเกตตัวเองดีๆ กลับพบว่า นอกจากความอ่อนเพลียแล้ว เวลาอื้อมมือไปกลืนน้ำลายหรือทานอาหาร ทำไมถึงรู้สึกแสบร้อนช่วงกลางอก หรือมีอาการเจ็บแปล๊บๆ เหมือนมีแผลอยู่ในคอ ยิ่งเวลาอาเจียนแรงๆ บางทีมีเลือดปนออกมาจางๆ ด้วยซ้ำ
อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญและไม่ใช่แค่อาการระคายคอธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าเยื่อบุหลอดอาหารส่วนต่อกับกระเพาะอาหารเริ่มฉีกขาดและเกิดแผลขึ้นจากการที่ร่างกายต้องขย้อนเอาของเหลวและกรดในกระเพาะออกมาซ้ำๆ อย่างรุนแรง ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า แผลที่เยื่อบุหลอดอาหารจากการอาเจียนซ้ำ หรือที่หมอมักจะเจอในคนไข้ที่มีอาการอาเจียนติดต่อกันเป็นเวลานาน
อาเจียนบ่อยแค่ไหน ถึงทำให้หลอดอาหารฉีกขาดเป็นแผลได้?
เวลาที่เราอาเจียน กลไกของร่างกายจะทำการบีบตัวอย่างรุนแรงเพื่อขับของในกระเพาะอาหารออกทางปาก ปกติแล้วทางผ่านระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะจะมีกล้ามเนื้อหูรูดคอยกั้นกรดและอาหารไม่ให้ไหลย้อนกลับขึ้นมา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอาเจียนซ้ำๆ ถี่ๆ ติดต่อกัน แรงดันภายในช่องท้องและกระเพาะอาหารจะพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
แรงดันมหาศาลนี้เองที่ดันให้เยื่อบุหลอดอาหารส่วนปลาย ซึ่งมีความเปราะบางอยู่แล้ว ยืดขยายจนปริแตกออก เกิดเป็นแผลฉีกขาดขึ้นมา โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วอาเจียนอย่างรุนแรง คนที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนัก หรือผู้ป่วยโรคบูลิเมียที่มีพฤติกรรมอาเจียนบ่อยๆ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดแผลในจุดนี้
เช็กอาการด่วน แบบไหนที่ฟันธงได้เลยว่าเป็นแผลนี้แน่ๆ
คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมาพบหมอด้วยอาการที่ชวนให้ตกใจไม่น้อย โดยอาการเด่นๆ ที่สังเกตได้ชัดเจนจะมีดังนี้
- เจ็บแสบร้อนกลางอกหรือแสบคอ: อาการนี้มักจะเป็นตามหลังช่วงที่มีการอาเจียนรุนแรงติดต่อกันหลายครั้ง
- มีเลือดปนออกมากับอาเจียน: ตอนแรกอาจจะเป็นเศษอาหารหรือน้ำย่อยปนเลือดจางๆ แต่ถ้าแผลลึกอาจจะเห็นเป็นลิ่มเลือดหรืออาเจียนออกมาเป็นสีคล้ายกากกาแฟ
- กลืนอาหารแล้วเจ็บ: เวลาทานอะไรลงไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำหรืออาหารอ่อน จะรู้สึกเจ็บแปล๊บตรงหลอดอาหารส่วนล่างเหมือนมีแผลโดนความเค็มหรือความร้อนไปโดน
- จุกแน่นลิ้นปี่: บางคนแยกไม่ออกว่าเป็นโรคกระเพาะหรือเป็นที่หลอดอาหาร เพราะตำแหน่งความเจ็บอยู่ใกล้เคียงกันมาก
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อหลอดอาหารเริ่มประท้วง
ถ้าอาการยังไม่รุนแรงมากและเพิ่งเริ่มเป็น การปรับพฤติกรรมและการเลือกทานอาหารสามารถช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น โดยมีแนวทางปฏิบัติที่หมอแนะนำดังนี้
- งดอาหารรสจัดและของมัน: หลีกเลี่ยงพริก น้ำส้มสายชู อาหารทอด หรืออะไรก็ตามที่จะไปกระตุ้นกรดในกระเพาะและทำให้แผลแสบมากขึ้น
- ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย: แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่ทานบ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักและลดโอกาสการอาเจียนซ้ำ
- หลีกเลี่ยงชา กาแฟ และแอลกอฮอล์: เครื่องดื่มเหล่านี้ทำให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัวและเพิ่มกรด ซึ่งขัดขวางการหายของแผล
- ห้ามนอนราบทันทีหลังทานอาหาร: ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อยสามชั่วโมงก่อนเอนตัวลงนอน เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนขึ้นมาซ้ำเติมแผลเดิม
สัญญาณอันตรายแบบไหน ที่ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องรีบมาหาหมอทันที
แม้แผลขนาดเล็กบางจุดจะสามารถหายได้เองเมื่อหยุดอาเจียน แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือว่าเป็นกรณีเร่งด่วนที่ต้องให้แพทย์ทำการส่องกล้องตรวจอย่างละเอียด
- อาเจียนเป็นเลือดสดๆ ปริมาณมาก หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำสนิทเหมือนยางมะตอย
- มีอาการปวดท้องหรือแน่นหน้าอกรุนแรงจนทนไม่ไหว
- เวียนหัว หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมตลอดเวลา
- มีไข้สูงร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับอาการเจ็บแสบคอหลังอาเจียน อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจคิดว่าเป็นแค่เรื่องปกติของการอาเจียนทั่วไป การมาพบแพทย์เพื่อรับประทานยาลดกรดเคลือบแผล หรือตรวจเช็กความรุนแรงของแผลให้แน่ชัด จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและช่วยให้คุณกลับมากลืนอาหารได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ