ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในห้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หมอมักจะเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับความกังวลใจ บางคนบังเอิญไปตรวจเลือดเจอ บางคนมีแผลแปลกๆ ที่อวัยวะเพศแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย หรือบางคนก็มาด้วยอาการผื่นแดงขึ้นเต็มฝ่ามือฝ่าเท้าโดยหาสาเหตุไม่ได้ สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายคนคิดว่าโรคนี้เป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นโรคโบราณที่หายไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง ซิฟิลิสกำลังกลับมาระบาดใหม่อย่างเงียบๆ

เพื่อช่วยให้ทุกคนได้เท่าทันโรคนี้ หมออยากพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการติดเชื้อซิฟิลิสและการดำเนินของโรคในแต่ละระยะอย่างละเอียด เพื่อให้เราสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกายและเข้ารับการรักษาได้อย่างถูกต้อง ก่อนที่เชื้อจะเข้าไปทำลายอวัยวะสำคัญภายในร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว

ทำไมซิฟิลิสถึงเป็นโรคติดต่อที่กลับมาระบาดใหม่อีกครั้ง?

ซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีลักษณะเป็นเกลียวสว่านชื่อว่า Treponema pallidum เชื้อชนิดนี้มีความสามารถพิเศษในการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม การติดต่อหลักๆ เกิดขึ้นผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับแผลของผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้อีกด้วย

ความน่ากลัวของการติดเชื้อชนิดนี้คือ ในระยะแรกเริ่มอาการมักจะแสดงออกแบบเงียบๆ ไม่เจ็บปวด ทำให้ผู้ป่วยหลายคนละเลย ไม่ได้เข้าตรวจรักษา และแพร่เชื้อต่อไปยังคู่นอนโดยไม่ตั้งใจ

ระยะแรกเริ่ม: แผลริมแข็งที่มักถูกมองข้ามเพราะไม่มีอาการเจ็บ

หลังจากที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกเล็กๆ บนผิวหนังหรือเยื่อบุผิว ประมาณ 10 ถึง 90 วัน (เฉลี่ยที่ประมาณ 3 สัปดาห์) ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการในระยะแรก

  • ลักษณะอาการ: จะปรากฏแผลตรงบริเวณที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย เช่น อวัยวะเพศ ทวารหนัก ช่องคลอด หรือในช่องปาก แผลนี้เรียกว่า "แผลริมแข็ง" (Chancre)
  • จุดสังเกตสำคัญ: แผลจะมีลักษณะเป็นแผลเดี่ยว ขอบแข็ง เรียบ และที่สำคัญคือ "ไม่เจ็บเลย" แม้จะเอามือไปกด
  • การดำเนินโรคในระยะนี้: แผลนี้จะคงอยู่ประมาณ 3-6 สัปดาห์ จากนั้นจะค่อยๆ หายไปเองได้โดยไม่ต้องรักษา ทำให้คนไข้หลายคนเข้าใจผิดว่าร่างกายหายดีแล้ว แต่ความจริงแล้ว เชื้อแบคทีเรียไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังเพิ่มจำนวนและกระจายเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อเตรียมก้าวเข้าสู่ระยะต่อไป

ระยะสอง: เชื้อกระจายทั่วร่างพร้อมผื่นแดงตามฝ่ามือฝ่าเท้า

หลังจากแผลในระยะแรกหายไปประมาณไม่กี่สัปดาห์จนถึงหลายเดือน เชื้อที่กระจายเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดจะเริ่มสำแดงฤทธิ์เดชออกมาทั่วร่างกาย

  • อาการทางผิวหนัง: อาการเด่นในระยะนี้คือ ผื่นแดงนูนกระจายทั่วร่างกาย โดยจุดสังเกตเฉพาะตัวของซิฟิลิสคือ จะมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า "ผื่นกุหลาบ" (Roseola Syphilitica) ผื่นนี้มักไม่มีอาการคัน
  • อาการร่วมอื่นๆ: ผู้ป่วยอาจมีไข้ต่ำๆ ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามข้อและกล้ามเนื้อ รวมถึงอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ เหมือนโดนแทะ (Moth-eaten alopecia)
  • ความน่ากลัวของระยะนี้: อาการทั้งหมดสามารถหายไปเองได้อีกครั้งโดยไม่ต้องรักษา ทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ในความชะล่าใจและละเลยการตรวจเลือดหาเชื้อ

ระยะสงบ: ช่วงเวลาที่โรคซ่อนตัวเงียบ แต่ยังทำลายร่างกายอยู่ข้างใน

เมื่ออาการในระยะที่สองหายไป ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า "ระยะแฝง" หรือระยะสงบ (Latent Syphilis) ในระยะนี้ ร่างกายจะไม่แสดงอาการภายนอกใดๆ เลย ผิวหนังเรียบเนียน ไม่มีแผล ไม่มีผื่น ร่างกายดูแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่ถ้าหากทำการเจาะเลือดตรวจ จะพบว่าผลเลือดซิฟิลิสเป็นบวก

ระยะแฝงแบ่งออกเป็นสองช่วงหลัก:

  • ระยะแฝงช่วงต้น (Early Latent): ติดเชื้อมาไม่เกิน 1 ปี ระยะนี้เชื้อยังสามารถแพร่กระจายผ่านเพศสัมพันธ์ได้ง่าย
  • ระยะแฝงช่วงปลาย (Late Latent): ติดเชื้อมานานกว่า 1 ปี ระยะนี้การแพร่เชื้อผ่านเพศสัมพันธ์จะลดลง แต่เชื้อกำลังทำงานอยู่เงียบๆ ภายในร่างกายเพื่อทำลายระบบอวัยวะต่างๆ อย่างช้าๆ ระยะนี้อาจยาวนานได้เป็นสิบๆ ปี

ระยะท้าย: อันตรายถึงชีวิตเมื่อเชื้อเข้าทำลายสมองและหัวใจ

หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกๆ ประมาณ 15-30 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อจะดำเนินโรคเข้าสู่ระยะที่สามหรือระยะสุดท้าย (Tertiary Syphilis) ซึ่งอาจใช้เวลา 10-30 ปีหลังจากได้รับเชื้อครั้งแรก

ในระยะนี้ เชื้อจะทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรงและถาวร:

  • ระบบประสาทและสมอง: เชื้อเข้าทำลายสมองและไขสันหลัง ส่งผลให้สมองเสื่อม ความจำเสื่อม บุคลิกภาพเปลี่ยนไป การทรงตัวเสียไป หรือเกิดอัมพาต
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: เชื้อจะทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจอักเสบและโป่งพอง ซึ่งหากแตกออกจะทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้
  • การเกิดปุ่มแผลเปื่อย (Gummas): เกิดปุ่มแผลอักเสบเรื้อรังตามผิวหนัง กระดูก หรืออวัยวะภายใน ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นถูกทำลายจนเสียหาย

วิธีตรวจหาเชื้อและการรักษาที่ได้ผลจริง

แม้ว่าการดำเนินโรคของซิฟิลิสจะดูน่ากลัว แต่ในแง่ของการรักษา โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างง่ายดายหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การตรวจคัดกรองเบื้องต้นทำได้ง่ายๆ ด้วยการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ (เช่น การตรวจ VDRL หรือ RPR) หากผลการตรวจคัดกรองพบว่ามีความเป็นไปได้ แพทย์จะทำการตรวจยืนยันเฉพาะเจาะจงอีกครั้ง (เช่น การตรวจ TPHA หรือ FTA-ABS) เพื่อป้องกันความผิดพลาด

การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นมาตรฐานหลักและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการรักษาซิฟิลิสคือ ยาฉีดเพนนิซิลิน (Penicillin G Benzathine)

  • หากตรวจพบและรักษาในระยะแรกหรือระยะแฝงช่วงต้น การรักษาอาจใช้การฉีดยาเพียงครั้งเดียว
  • หากการติดเชื้อดำเนินไปถึงระยะแฝงช่วงปลายหรือระยะไม่ทราบระยะเวลาการติดเชื้อที่แน่ชัด จำเป็นต้องฉีดยาสัปดาห์ละครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์
  • หลังการรักษาเสร็จสิ้น คนไข้จำเป็นต้องกลับมาเจาะเลือดติดตามอาการตามที่แพทย์นัดทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อให้มั่นใจว่าระดับการติดเชื้อในร่างกายลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยและไม่กลับมาเป็นซ้ำ

ซิฟิลิสไม่ใช่โรคน่าอายและไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หาย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และหากพบว่าตนเองมีพฤติกรรมเสี่ยง หรือมีแผล มีผื่นที่น่าสงสัย การเข้าพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อแต่เนิ่นๆ คือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down