ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูไวต่อสิ่งรอบข้างมากกว่าเด็กคนอื่น

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมลูกถึงดูหงุดหงิดง่ายเมื่ออยู่ในที่เสียงดัง ไม่ชอบให้ใครมาสัมผัสตัว หรือมีอาการตื่นตกใจกับแสงจ้าในระดับที่ดูรุนแรงกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความซนหรือเอาแต่ใจ แต่มันคือสัญญาณของ ปัญหาการประมวลผลประสาทความรู้สึกบกพร่อง หรือที่หลายคนคุ้นหูกันว่าภาวะประมวลผลความรู้สึกผิดปกติ ซึ่งอธิบายง่ายๆ คือสมองของเด็กคนนั้นมีการรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสผ่านทาง ตา หู จมูก ลิ้น หรือการเคลื่อนไหว แต่ระบบจัดการข้อมูลในสมองกลับตีความข้อมูลเหล่านั้นออกมาผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

สมองทำงานอย่างไรเมื่อเกิดภาวะประมวลผลความรู้สึกผิดปกติ

ในร่างกายปกติของเรา สมองจะทำหน้าที่เหมือนแม่ทัพที่คอยจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล เช่น การนั่งทำงานในห้องที่มีเสียงแอร์ สมองจะคัดกรองเสียงนั้นออกไปเพื่อไม่ให้เรารำคาญ แต่สำหรับเด็กที่มีปัญหาการประมวลผลประสาทความรู้สึกบกพร่อง สมองของเขาเหมือนจราจรที่ติดขัด ทุกข้อมูลที่เข้ามาไม่ว่าจะเสียงเบาหรือสัมผัสแผ่วเบา สมองจะตีความเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องตอบสนองทันที ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกโจมตีตลอดเวลาจนนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้าน อารมณ์ฉุนเฉียว หรือการพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้นๆ อย่างสุดกำลัง

สังเกตอย่างไรว่าลูกเข้าข่ายมีความบกพร่องด้านการรับความรู้สึก

อาการของเด็กแต่ละคนอาจแสดงออกไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าระบบรับความรู้สึกด้านไหนที่ทำงานผิดปกติ โดยเราสามารถแบ่งลักษณะอาการเด่นๆ ได้ดังนี้

  • กลุ่มไวต่อความรู้สึกเกินไป: มักหลีกเลี่ยงการถูกกอด ไม่ชอบเสื้อผ้าที่มีตะเข็บ ใส่รองเท้าที่รัดเกินไป หรือหวาดกลัวเสียงเครื่องดูดฝุ่นและที่เป่าผมอย่างเห็นได้ชัด
  • กลุ่มแสวงหาความรู้สึก: เด็กกลุ่มนี้มักดูซนผิดปกติ ชอบกระโดด ชอบชนกำแพง ชอบเล่นอะไรที่หนักๆ หรือชอบการเคลื่อนไหวแบบโลดโผน เพราะเขารู้สึกว่าการกระตุ้นที่รุนแรงเหล่านั้นช่วยให้สมองรับรู้ร่างกายตัวเองได้ดีขึ้น
  • กลุ่มตอบสนองช้า: มักดูเฉื่อยชา เดินชนสิ่งของบ่อยๆ หรือดูเหมือนไม่มีแรงในการทำกิจกรรม เพราะระบบประสาทส่งสัญญาณความรู้สึกไปที่สมองน้อยกว่าปกติ

วิธีช่วยเหลือและปรับสภาพแวดล้อมให้ลูกน้อยใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

เมื่อทราบว่าลูกมีปัญหาด้านการประมวลผล สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การบังคับให้เขาเปลี่ยน แต่คือการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับระบบประสาทของเขา โดยการปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางหรือนักกิจกรรมบำบัดเพื่อวางแผนกิจกรรมเฉพาะบุคคล การจัดตารางกิจกรรมที่สม่ำเสมอ หรือการใช้พื้นที่ที่จำกัดการกระตุ้นจากภายนอก จะช่วยให้เด็กกลุ่มนี้ลดความวิตกกังวลลงได้มหาศาล

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อไหร่ถึงจะดีที่สุด

หากสังเกตว่าพฤติกรรมเหล่านี้เริ่มส่งผลกระทบต่อการเรียน การเข้าสังคม หรือทำให้ลูกไม่มีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวัน การพามาพบแพทย์เพื่อประเมินพัฒนาการอย่างละเอียดคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะปัญหาการประมวลผลประสาทความรู้สึกบกพร่องสามารถพัฒนาและปรับตัวได้ดีขึ้นผ่านการบำบัดที่ถูกวิธี ยิ่งเริ่มกระตุ้นหรือปรับสมดุลตั้งแต่อายุยังน้อย โอกาสที่สมองจะเรียนรู้และจัดระเบียบการรับรู้ได้ดีขึ้นก็มีสูงมากเท่านั้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down