ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องตกใจตื่นขึ้นมาเพราะสัมผัสตัวลูกน้อยแล้วพบว่าตัวร้อนฉ่าราวกับมีไฟเผา และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในยามที่ลูกมีไข้สูงคืออาการตัวเกร็ง ตาค้าง หรือลูกเกิดอาการชักต่อหน้าต่อตา ภาวะนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างมาก แต่การมีความรู้และทราบถึงแนวทางการจัดการภาวะไข้สูงและไข้ชักในเด็กอย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตนี้ได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงอันตรายต่อตัวเด็กได้ดีที่สุด

ทำไมเด็กถึงเกิดอาการชักเมื่อมีไข้สูง?

ภาวะไข้ชัก (Febrile Seizure) มักพบได้บ่อยในเด็กช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี เนื่องจากสมองของเด็กในวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป เซลล์สมองอาจปล่อยกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติออกมาชั่วคราว ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง กระตุก หรือหมดสติได้

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ อาการชักไม่ได้เกิดจากระดับความสูงของไข้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเร็วของอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นการเฝ้าระวังและลดไข้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกัน

ขั้นตอนการลดไข้ที่ถูกวิธีเพื่อป้องกันอาการชัก

เมื่อพบว่าลูกเริ่มมีไข้ การลดอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ โดยมีหลักการปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

  • การใช้ยาลดไข้: ป้อนยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวของเด็ก (ประมาณ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ไม่ควรให้ยาถี่เกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาด
  • การเช็ดตัวลดไข้อย่างถูกวิธี: ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและร่างกายยิ่งสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น ออกแรงเช็ดถูย้อนรูขุมขน และพักผ้าไว้บริเวณข้อพับ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ซึ่งเป็นตำแหน่งของหลอดเลือดใหญ่
  • ปรับสภาพแวดล้อม: ให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ห่มผ้าหนาจนเกินไป และจัดให้อยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

เมื่อลูกเกิดอาการชัก ต้องรับมืออย่างไร?

หากป้องกันเต็มที่แล้วแต่น้องยังมีอาการชักเกิดขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่คือ การตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

สิ่งที่ต้องทำทันที

  • จับลูกนอนตะแคงข้าง เพื่อป้องกันการสำลักน้ำลายหรือเศษอาหารเข้าสู่ปอด
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้น
  • ดูแลพื้นที่รอบข้างให้ปลอดภัย ย้ายสิ่งของแข็งหรือมีคมออกห่างจากตัวเด็ก
  • สังเกตลักษณะอาการชักและจับเวลาว่าเด็กชักนานกี่นาที ข้อมูลนี้มีความสำคัญมากสำหรับแพทย์ในการประเมินอาการ

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

blockquote>

ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามนำงัดง้างปาก ห้ามใช้นิ้ว ช้อน หรือสิ่งของใดๆ ยัดเข้าไปในปากของเด็กขณะชักโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ฟันหัก หลุดลงไปอุดหลอดลม หรือทำให้ลิ้นบาดเจ็บได้ และห้ามพยายามจับยึดรั้งตัวเด็กอย่างรุนแรงขณะกระตุก

สัญญาณอันตรายที่ต้องพาลูกส่งโรงพยาบาลทันที

โดยทั่วไปภาวะไข้ชักแบบธรรมดามักหยุดชักได้เองภายใน 1-3 นาที และเด็กจะเริ่มรู้สึกตัวตามปกติ แต่หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

  • เด็กมีอาการชักนานเกิน 5 นาที
  • มีอาการชักเกร็งเฉพาะส่วน เช่น กระตุกแค่แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • มีอาการชักซ้ำมากกว่า 1 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง
  • หลังจากหยุดชักแล้ว เด็กยังมีอาการซึมมาก ไม่รู้สึกตัว หายใจลำบาก หรือคอแข็งเกร็ง

การเข้าใจแนวทางการจัดการภาวะไข้สูงและไข้ชักอย่างถูกต้อง จะช่วยเปลี่ยนความกลัวเป็นความพร้อม หากคุณพ่อคุณแม่รับมืออย่างถูกวิธี ภาวะไข้ชักส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการหรือระดับสติปัญญาของลูกในระยะยาวอย่างที่หลายคนกังวล

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ