ช่วงนี้หลายคนเดินเข้ามาบ่นที่คลินิกด้วยอาการคอแห้ง ระคายคอ ตื่นมาตอนเช้าแล้วมีเสมหะเหนียวข้นติดคอจนต้องกระแอมบ่อยๆ พอลองถามดู ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่ในห้องแอร์เกือบตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็อยู่ในห้องที่เปิดพัดลมเป่าหน้าตรงๆ ช่วงอากาศแห้งๆ รู้ไหมครับว่าจริงๆ แล้ว ร่างกายของเรามีระบบกำจัดสิ่งแปลกปลอมในหลอดลมตามธรรมชาติที่ฉลาดมากๆ แต่เจ้าความชื้นในอากาศนี่แหละครับที่เป็นตัวแปรสำคัญว่าระบบนี้จะทำงานได้ราบรื่นหรือติดขัด
ความลับของเยื่อบุทางเดินหายใจ: ทำไมเราถึงต้องการความชื้น?
เวลาที่เราหายใจเข้า อากาศไม่ได้แค่ผ่านเข้าไปในปอดเฉยๆ นะครับ แต่เยื่อบุทางเดินหายใจตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงหลอดลม จะทำหน้าที่เหมือนเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ คือต้องคอยทำให้อากาศอุ่นและมีความชื้นที่พอเหมาะก่อนจะลงสู่ปอด
บนผิวของเยื่อบุหลอดลมจะมีเซลล์ที่สร้างเมือกใสๆ ขึ้นมาเคลือบไว้ เมือกตัวนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้รำคาญใจนะครับ แต่มันทำหน้าที่เหมือนแผ่นกาวเหนียวคอยดักจับฝุ่นละออง เชื้อโรค และสิ่งสกปรกที่เราเผลอหายใจเข้าไป จากนั้นจะมีขนจิ๋วๆ นับล้านเส้นที่เรียกว่า ซิเลีย (Cilia) คอยโบกพัดเจ้าเมือกที่มีสิ่งสกปรกติดอยู่ให้เคลื่อนตัวขึ้นมาด้านบน เพื่อที่เราจะได้ขับมันออกทางปาก ไม่ว่าจะด้วยการไอหรือการแฮกออกเบาๆ
เกิดอะไรขึ้นเมื่ออากาศแห้งเกินไป?
ปัญหาจะเริ่มเกิดก็ต่อเมื่อเราไปอยู่ในที่ที่ความชื้นในอากาศต่ำมากๆ เช่น ห้องแอร์ที่เปิดเย็นจัด หรือช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง:
- น้ำในเมือกถูกดึงออก: อากาศที่แห้งจะดูดความชื้นไปจากเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรวดเร็ว ทำให้เสมหะที่เคยใสและเหลวพอดี กลายเป็นเสมหะที่เหนียวข้นเหมือนกาวตราช้าง
- ขนจิ๋วหยุดทำงาน: เมื่อเสมหะแห้งและเหนียวเกินไป ขนซิเลียจะไม่สามารถโบกพัดมันขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ มันจะนอนนิ่งติดอยู่กับที่ ทำให้เสมหะคั่งค้างอยู่ในหลอดลม
- เกิดอาการระคายเคืองและอักเสบ: ร่างกายพยายามขับของเสียที่ค้างอยู่ออกมาด้วยการกระตุ้นให้อีกล, เกิดอาการไอแห้งๆ ยิ่งไอมาก เยื่อบุหลอดลมก็ยิ่งบวมและระคายเคืองมากขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่แก้ไม่หาย
วิธีเพิ่มความชื้นรอบตัว เพื่อช่วยให้ขับเสมหะได้ง่ายขึ้น
การแก้ปัญหาเสมหะเหนียวข้นติดคอจากความชื้นในอากาศต่ำ ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาละลายเสมหะเสมอไปครับ เราสามารถปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวและการปฏิบัติตัวง่ายๆ เพื่อช่วยให้กลไกธรรมชาติกลับมาทำงานได้ดีดังเดิม
ดื่มน้ำอุ่นให้บ่อยขึ้นเพื่อเติมความชุ่มชื้นจากภายใน
วิธีที่ง่ายที่สุดและได้ผลดีที่สุดคือการจิบน้ำอุ่นตลอดทั้งวัน น้ำจะซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกนำไปใช้สร้างเมือกที่ชุ่มชื้นในหลอดลม ทำให้เสมหะที่เหนียวข้นค่อยๆ เจือจางลงและถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น
ใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอน
สำหรับคนที่นอนในห้องแอร์เป็นประจำ การหาเครื่องทำความชื้น (Humidifier) มาเปิดไว้ในห้อง ให้ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 40 ถึง 60 จะช่วยลดอาการคอแห้งตอนตื่นนอนและช่วยให้หลอดลมไม่แห้งจนเกินไปในช่วงเวลากลางคืน
สูดไอน้ำอุ่นเพื่อละลายเสมหะเร่งด่วน
ลองวิธีโบราณแต่ได้ผลชะงัก รินน้ำร้อนใส่ชามกว้างๆ ก้มหน้าลงไปสูดไอน้ำอุ่นๆ เข้าทางจมูกและปาก (ระวังอย่าให้ใกล้เกินไปจนลวกผิวหน้านะครับ) ไอน้ำจะเข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุหลอดลมโดยตรง ช่วยให้เสมหะที่เหนียวข้นอ่อนตัวลงทันที
อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหลอดลมอย่างละเอียด?
แม้ว่าการปรับความชื้นในอากาศจะช่วยบรรเทาอาการเสมหะเหนียวได้มาก แต่ถ้าทำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ หรือมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ร่วมด้วย แนะนำให้มาตรวจที่คลินิกดีกว่าครับ
- มีไข้สูงร่วมกับเสมหะที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม สีเขียว หรือมีเลือดปน
- หายใจมีเสียงวี๊ด หายใจลำบาก หรือเหนื่อยหอบง่ายกว่าปกติ
- อาการไอเรื้อรังนานเกินสองสัปดาห์จนรบกวนการนอนหลับ
- มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หรือถุงลมโป่งพอง
ความชื้นในอากาศเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เรามักมองข้าม การใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวและการดูแลความชุ่มชื้นให้ทางเดินหายใจอยู่เสมอ จะช่วยลดปัญหาเสมหะกวนใจและทำให้เราหายใจได้โล่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ