เวลาเจออาการแพ้ฉับพลัน ยาแก้แพ้เม็ดเดียวเอาอยู่จริงไหม?
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยอาการผื่นขึ้น ตาบวม หรือหายใจไม่ออกหลังจากเผลอกินอาหารหรือโดนแมลงสัตว์กัดต่อย สิ่งแรกที่หลายคนมักหยิบขึ้นมาถามคือเรื่องของยาแก้แพ้ หลายคนเข้าใจว่าอาการแพ้ทุกชนิดจบลงได้ด้วยการกินยาแก้แพ้เม็ดสีขาวหรือสีเหลืองที่คุ้นเคย แต่ในทางการแพทย์จริง ๆ แล้ว อาการแพ้มีหลายระดับและความรุนแรงที่แตกต่างกันมาก
ยาแก้แพ้กลุ่มที่เรากินกันทั่วไป หรือที่เรียกว่ายาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ทำหน้าที่แค่ไปบล็อกสารฮิสตามีนที่ร่างกายหลั่งออกมาตอนเกิดอาการแพ้ ซึ่งช่วยได้ดีกับอาการคัน น้ำมูกไหล หรือผื่นลมพิษทั่วไป แต่ถ้าวันไหนอาการแพ้รุนแรงจนหลอดลมตีบ ความดันโลหิตตก หรือที่เรียกว่าภาวะ Anaphylaxis ยาแก้แพ้เม็ดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำงานไม่ทันและเอาไม่อยู่แน่นอนครับ
ทำความรู้จัก Anaphylaxis ภาวะแพ้รุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต
ภาวะช็อกจากการแพ้รุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับคนที่เป็นโรคหอบหืดหรือแพ้อาหารทะเลรุนแรงเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ร่างกายไวต่อสารกระตุ้นบางชนิดเป็นพิเศษ เช่น ถั่วลิสง อาหารทะเล ยาปฏิชีวนะบางตัว หรือพิษจากแมลงเช่นผึ้งต่อย
เมื่อสารกระตุ้นเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองอย่างรุนแรงเกินเหตุ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตดิ่งลงอย่างรวดเร็ว และทางเดินหายใจบวมตีบจนอากาศเข้าไม่ได้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีอาจอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีเครื่องมือช่วยชีวิตที่ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วกว่ายาเม็ดทั่วไป
ปากกาฉีดอะดรีนาลีน อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ควรพกติดตัวไว้เสมอ
สำหรับคนที่มีประวัติการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน แพมมักจะแนะนำให้พก การใช้ยาแก้แพ้และการพกพาปากกาฉีดอะดรีนาลีน ติดตัวไว้ตลอดเวลา เจ้าเครื่องนี้ไม่ใช่ปากกาเขียนหนังสือนะครับ แต่มันคืออุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติที่บรรจุฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline หรือ Epinephrine) ในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับการช่วยชีวิตฉุกเฉิน
อะดรีนาลีนเปรียบเสมือนพระเอกขี่ม้าขาวในนาทีวิกฤต เพราะตัวยาจะเข้าไปทำงานทันทีโดยการทำให้หลอดเลือดหดตัวเพื่อดันความดันโลหิตให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมทั้งช่วยขยายหลอดลมให้ผู้ป่วยกลับมาหายใจได้โล่งขึ้นภายในไม่กี่วินาทีหลังฉีด
วิธีใช้ปากกาฉีดอะดรีนาลีนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เวลาเกิดอาการแพ้รุนแรง ความตื่นตระหนกคืออุปสรรคสำคัญที่สุด ดังนั้นการรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก หมออยากให้จำหลักการใช้งานง่าย ๆ ดังนี้ครับ
- ดึงฝาครอบนิรภัยสีฟ้าหรือสีเทาออก ซึ่งเป็นตัวล็อกเข็มฉีดยา
- ถือปากกาให้มั่นแล้วนำด้านปลายสีส้มกดตั้งฉากลงกับกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก
- ออกแรงกดลงไปจนได้ยินเสียงคลิก ค้างไว้ประมาณสามถึงห่าวินาทีเพื่อให้ยาปล่อยเข้าสู่ร่างกายอย่างหมดจด
- ดึงปากกาออกแล้วนวดบริเวณที่ฉีดเล็กน้อยเพื่อกระจายยา
จุดสำคัญคือ ปากกาชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถฉีดผ่านเสื้อผ้ากางเกงยีนส์ได้เลยในกรณีฉุกเฉิน ไม่ต้องเสียเวลาถอดกางเกงให้วุ่นวายครับ
ข้อควรระวังและวิธีดูแลรักษาอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน
การมีอุปกรณ์อยู่ในมือไม่ได้แปลว่าจะวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องหมั่นตรวจสอบดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
- ตรวจสอบวันหมดอายุ: ตัวยาอะดรีนาลีนเสื่อมสภาพได้ง่าย ต้องคอยดูวันหมดอายุบนฉลากสม่ำเสมอ หากน้ำยาข้างในเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขุ่น แสดงว่าหมดอายุและต้องเปลี่ยนใหม่ทันที
- หลีกเลี่ยงความร้อน: อย่าเก็บปากกาไว้ในรถที่จอดตากแดดจัด ๆ หรือในที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำให้ตัวยาเสื่อมฤทธิ์
- การไปพบแพทย์หลังการใช้: ถึงแม้ฉีดแล้วอาการจะดีขึ้นทันที ก็ยังต้องรีบไปโรงพยาบาลอยู่ดีครับ เพราะฤทธิ์ของอะดรีนาลีนอาจหมดลงได้ และอาจมีอาการแพ้ซ้ำซ้อนตามมาในภายหลัง
ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ปลอดภัยจากอาการแพ้เฉียบพลัน
โรคภูมิแพ้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่บางครั้งเราคาดเดาไม่ได้ การรู้จักสังเกตอาการของตัวเอง หลีกเลี่ยงสิ่งที่รู้ว่าแพ้ และมีความพร้อมในการรับมือยามฉุกเฉิน เช่น การเข้าใจเรื่องการใช้ยาแก้แพ้และการพกพาปากกาฉีดอะดรีนาลีน จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น หากใครมีประวัติแพ้รุนแรง ลองปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อขอคำแนะนำในการจัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินเหล่านี้ไว้ใกล้ตัวเสมอนะครับ