ช่วงนี้ตรวจสุขภาพทีไร ตัวเลขความดันโลหิตเจ้ากรรมก็มักจะดีดสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาหมอที่ห้องตรวจด้วยความกังวลว่า จะต้องเริ่มกินยาเคมีควบคุมความดันแล้วหรือยัง จริง ๆ แล้วก่อนจะไปถึงจุดนั้น ร่างกายของเรายังเปิดโอกาสให้แก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินครับ
หนึ่งในวิธีที่วงการแพทย์ทั่วโลกให้การยอมรับและพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงในการลดความดันโลหิตโดยไม่ต้องพึ่งยาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็คือแนวทางการกินที่เรียกว่า แดชดีอด ซึ่งไม่ใช่ยาลดความดันราคาแพงที่ไหน แต่เป็นหลักโภชนาการใกล้ตัวที่เน้นการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์และตัดสิ่งเกินจำเป็นออกไปจากจานข้าวของเราครับ
ความดันโลหิตสูงกับปัญหาโภชนาการในชีวิตประจำวัน
เวลาที่เราพูดถึงโรคความดันโลหิตสูง สิ่งแรกที่หมอมักจะนึกถึงไม่ใช่พันธุกรรมเสมอไป แต่เป็นเรื่องของจานอาหารบนโต๊ะอาหารในแต่ละมื้อมากกว่า พฤติกรรมการกินอาหารรสจัด เค็มจัด หวานจัด หรือการกินอาหารแปรรูปฟาสต์ฟู้ดติดต่อกันเป็นเวลานาน ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดและปริมาณของเหลวในร่างกาย
เมื่อโภชนาการในชีวิตประจำวันเสียสมดุล หลอดเลือดจะเริ่มทำงานหนักขึ้น หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ท้ายที่สุดตัวเลขความดันก็พุ่งสูงขึ้น การปรับโภชนาการจึงเป็นกุญแจดอกแรกที่จะช่วยปลดล็อกปัญหานี้ตั้งแต่ต้นทาง
แนวทางแดชดีอดคืออะไรและช่วยลดความดันได้อย่างไร
แดชดีอด หรือ DASH Diet ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension เป็นรูปแบบการกินที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหาความดันโลหิตสูงโดยเฉพาะ หลักการสำคัญไม่ได้เน้นการอดอาหารทรมานร่างกาย แต่เน้นการเพิ่มสารอาหารจำพวกแคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ธรรมชาติในการช่วยขยายหลอดเลือดและขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย
เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารกลุ่มนี้ในปริมาณที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง แรงดันภายในหลอดเลือดก็จะค่อย ๆ ลดลงสู่ภาวะปกติ หัวใจทำงานเบาลง และที่สำคัญคือช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบตันในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกกินผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้เป็นพระเอกในจานข้าว
หัวใจสำคัญข้อแรกของแดชดีอดคือการเพิ่มสัดส่วนของพืชผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดเข้าไปในทุกมื้ออาหาร อาหารกลุ่มนี้อัดแน่นไปด้วยใยอาหารและเกลือแร่สำคัญ โดยเฉพาะโพแทสเซียมที่มีส่วนช่วยหักล้างฤทธิ์ของโซเดียมในร่างกาย
- เพิ่มผักใบเขียวและผลไม้รสไม่หวานจัด: เช่น บร็อกโคลี คะน้า ฝรั่ง แก้วมังกร ในปริมาณครึ่งหนึ่งของจานอาหาร
- เปลี่ยนมาทานข้าวกล้องหรือขนมปังโฮลวีต: แทนการกินแป้งขัดขาว เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและเพิ่มกากใย
- กินถั่วและเมล็ดพืชเป็นของว่าง: เช่น เมล็ดฟักทอง ถั่วลิสงต้ม ในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อให้ไขมันดีและแร่ธาตุ
โปรตีนไขมันต่ำและการเลือกเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยต่อหัวใจ
ไม่ใช่ว่ากินแดชดีอดแล้วต้องกลายเป็นมังสวิรัติร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เรายังคงต้องการโปรตีนเพื่อซ่อมแซมร่างกาย เพียงแต่ต้องเปลี่ยนประเภทของเนื้อสัตว์ให้ฉลาดขึ้น โดยเน้นโปรตีนย่อยง่ายและมีไขมันอิ่มตัวต่ำ
- ปลาทะเลและเนื้อปลาทั่วไป: ควรทานให้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามสูง เช่น ปลาดุก ปลาทู หรือปลาแซลมอน
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมันและเนื้อสัตว์ปีก: เลือกส่วนอกไก่ลอกหนังออก หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปอย่างกุนเชียง ไส้กรอก หรือเบคอน
- ผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ: เลือกนมหรือโยเกิร์ตสูตรพร่องมันเนย เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมโดยไม่ต้องรับไขมันอิ่มตัวส่วนเกิน
ศัตรูตัวฉกาจที่ต้องลดละเลิกเมื่อเริ่มกินแบบแดชดีอด
ต่อให้เรากินผักและปลาดีแค่ไหน แต่ถ้ายังติดนิสัยปรุงรสจัดจาน การลดความดันก็คงสำเร็จได้ยาก โซเดียมคือตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำและดันความดันให้พุ่งสูงขึ้น
- ลดการเติมเครื่องปรุงรส: ทั้งน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม และผงชูรสบนโต๊ะอาหาร
- เลี่ยงอาหารหมักดองและอาหารแปรรูป: เช่น ไข่เค็ม ปลาเค็ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็งที่มีโซเดียมแฝงอยู่สูงมาก
- ระวังน้ำตาลและไขมันทรานส์: เครื่องดื่มหวานจัด ขนมเบเกอรี่ และของทอดซ้ำน้ำมัน ล้วนทำลายสุขภาพหลอดเลือดทางอ้อม
เทคนิคปรับตัวง่าย ๆ เพื่อเริ่มกินแดชดีอดได้ตั้งแต่วันนี้
หลายคนกลัวว่าการเปลี่ยนวิธีกินจะทำยากและไม่อร่อย หมอแนะนำให้เริ่มทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายและลิ้นของเราได้ปรับความคุ้นเคย ไม่จำเป็นต้องหักดิบในวันเดียว
- ลดเค็มทีละนิด: ลองตักน้ำซุปให้น้อยลงครึ่งหนึ่งในก๋วยเตี๋ยวแต่ละชาม หรือลดปริมาณน้ำปลาลงครึ่งช้อนชาเมื่อทำอาหารเอง
- อ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง: ฝึกนิสัยดูปริมาณโซเดียมต่อหน่วยบริโภคก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูปทุกชนิด
- เน้นวิธีปรุงแบบต้ม นึ่ง ย่าง: หลีกเลี่ยงอาหารทอดอมน้ำมัน เพื่อลดภาระไขมันสะสมในหลอดเลือด
การดูแลสุขภาพด้วยโภชนาการตามแนวทางแดชดีอด ไม่ใช่เรื่องของการอดอยากหรือจำกัดความสุขในการกิน แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับหลอดเลือดและหัวใจของเรา เพื่อให้เรายังมีแรงเดินไปใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้นาน ๆ เริ่มต้นปรับจานอาหารตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวครับ