ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมยาแก้ปวดตัวเก่งถึงกลายเป็นดาบสองคม

หลายคนคงคุ้นเคยกับการหยิบยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ขึ้นมาทานทันทีเมื่อรู้สึกปวดหัว ปวดฟัน ปวดหลัง หรือเจ็บจากการออกกำลังกาย ยานี้เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดอาการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว แต่เบื้องหลังความสบายเหล่านั้น มีกลไกการทำงานที่ส่งผลต่อระบบในร่างกายโดยที่เราอาจไม่ทันสังเกตเห็น

กลไกเบื้องหลังผลข้างเคียงจากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ตัวหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเมื่อเกิดอาการอักเสบ แต่ปัญหาคือเอนไซม์ชนิดนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่ทำให้เกิดการอักเสบเท่านั้น มันยังมีหน้าที่ปกป้องเยื่อบุในกระเพาะอาหารและควบคุมสมดุลของเลือดที่ไปเลี้ยงไตด้วย เมื่อเราได้รับยาเข้าไปเป็นระยะเวลานานหรือในปริมาณที่สูงเกินไป จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนกับอวัยวะสำคัญเหล่านี้

ความเสี่ยงต่อกระเพาะอาหารที่ควรรู้

อาการข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือการระคายเคืองทางเดินอาหาร คนไข้มักเริ่มจากอาการจุกเสียด แน่นท้อง หรือแสบร้อนกลางอก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ระวัง อาจนำไปสู่ภาวะแผลในกระเพาะอาหาร เลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือถึงขั้นกระเพาะทะลุได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

สัญญาณเตือนที่ไตกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ไตทำหน้าที่กำจัดสารตกค้างจากยา การใช้ยาในกลุ่มนี้ต่อเนื่องนานเกินไปทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้นและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันหรือไตเสื่อมในระยะยาว สังเกตได้จากอาการบวมตามเท้าหรือขา ปัสสาวะน้อยลง หรือมีความดันโลหิตสูงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หากใครมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยาทานเองอย่างเด็ดขาด

กินยาอย่างไรให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยง

  • ทานยาพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันทีเพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • ใช้ยาในปริมาณที่ต่ำที่สุดและในระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการทานยาหลายชนิดในกลุ่มเดียวกันพร้อมกัน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันเพื่อช่วยให้ไตขับยาออกได้เป็นปกติ
  • หากมีโรคประจำตัว เช่น โรคกระเพาะ โรคไต หรือความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยา

เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกซื้อยาเองแล้วไปพบแพทย์

หากคุณพบว่ามีอาการถ่ายดำ ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ อาเจียนเป็นเลือด หรือมีอาการบวมตามร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ควรหยุดยาและรีบเข้าพบแพทย์ทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายได้รับผลกระทบจากยาจนถึงจุดที่อันตรายแล้ว ความเจ็บปวดเป็นเรื่องที่ต้องดูแล แต่การใช้ยาอย่างรู้เท่าทันคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down