ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงต้องระวังเรื่องตับอักเสบเป็นพิเศษ

เวลาตรวจเจอค่าตับผิดปกติระหว่างท้อง คุณแม่อาจจะตกใจและกังวลใจมากครับ ผมเข้าใจดีเพราะช่วงตั้งครรภ์ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและระบบต่างๆ มากมาย บางครั้งอาการที่แสดงออกมาอาจดูคล้ายกับโรคแพ้ท้องทั่วไป แต่จริงๆ แล้วภาวะตับอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความใส่ใจอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การรักษาแม่ให้หาย แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทารกในครรภ์ควบคู่กันไปด้วย

สาเหตุที่ทำให้ตับอักเสบเกิดขึ้นได้ในช่วงอุ้มท้อง

ตับอักเสบในช่วงนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่เกิดจากโรคตับโดยตรง หรือโรคประจำตัวเดิมที่มีอยู่แล้ว กับกลุ่มที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงเฉพาะช่วงตั้งครรภ์ ได้แก่:

  • ไวรัสตับอักเสบ: มักพบเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ซึ่งหากคุณแม่เป็นพาหะ ก็สามารถส่งต่อสู่ลูกขณะคลอดได้
  • ภาวะตับทำงานผิดปกติจากฮอร์โมน: เช่น ภาวะน้ำดีคั่ง (Intrahepatic cholestasis) ซึ่งมักมาด้วยอาการคันตามฝ่ามือฝ่าเท้า
  • โรคแทรกซ้อนรุนแรง: เช่น ภาวะไขมันพอกตับเฉียบพลัน (Acute fatty liver of pregnancy) หรือภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตับ

วิธีตรวจวินิจฉัยที่คุณแม่ต้องเจอ

เมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียมาก หรือคันตามตัวผิดปกติ แพทย์จะเริ่มจากการเจาะเลือดตรวจดูค่าเอนไซม์ตับ และอาจตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสเพิ่มเติม การวินิจฉัยที่แม่นยำจะช่วยให้เราแยกแยะได้ว่า เป็นภาวะที่ต้องรีบรักษาทันทีหรือเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่เฝ้าติดตามอาการได้

วิธีรักษาตับอักเสบในหญิงตั้งครรภ์ที่เหมาะสม

หลักการสำคัญคือการใช้ยาที่ปลอดภัยที่สุดต่อลูกในท้อง โดยมีแนวทางดังนี้:

  • กรณีติดเชื้อไวรัส: หากค่าเชื้อสูงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสในช่วงไตรมาสที่สาม เพื่อลดโอกาสการส่งต่อเชื้อไปสู่ทารก
  • กรณีภาวะน้ำดีคั่ง: เราจะใช้ยาเพื่อช่วยลดอาการคันและช่วยให้การไหลเวียนของน้ำดีดีขึ้น ควบคู่กับการติดตามการเต้นของหัวใจทารกอย่างใกล้ชิด
  • การปรับโภชนาการ: เน้นอาหารที่ย่อยง่าย ลดไขมัน และงดเว้นสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่ไม่มีการรับรอง เพราะตับของคุณแม่ช่วงนี้จะไวต่อสารเคมีมากกว่าปกติ

สัญญาณเตือนที่บอกว่าต้องรีบมาหาหมอทันที

คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจหากพบอาการเหล่านี้:

  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างเห็นได้ชัด
  • ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาอย่างรุนแรง
  • มีอาการบวมตามตัว หรือความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  • ลูกดิ้นน้อยลง หรือรู้สึกว่าลูกเคลื่อนไหวน้อยผิดปกติ

การเตรียมตัวคลอดสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องตับ

หากคุณแม่มีภาวะตับอักเสบ การวางแผนคลอดเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจะประเมินความเสี่ยงเพื่อตัดสินใจว่าควรคลอดวิธีใด หรือต้องดูแลทารกอย่างไรหลังคลอด โดยเฉพาะในกรณีที่คุณแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ทารกจะได้รับวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลินทันทีหลังคลอด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

หัวใจสำคัญคือการฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอและแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบทั้งหมด หากมีข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติ อย่าเก็บไว้กังวลคนเดียวครับ การปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down