ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมการติดเชื้อในกระแสเลือดถึงเป็นเรื่องที่ต้องรีบรู้

บ่อยครั้งที่ผมเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการไข้สูง หนาวสั่น ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดทั่วไปหรืออาการเพลียจากการทำงานหนัก แต่ถ้าในใจลึกๆ ของคุณรู้สึกว่าอาการครั้งนี้มันดูหนักกว่าปกติ หรือเริ่มหายใจหอบถี่โดยไม่ทราบสาเหตุ นี่คือจุดที่ต้องเริ่มระวังครับ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกเริ่มของภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis)

ภาวะการติดเชื้อในกระแสเลือดคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

จริงๆ แล้วการติดเชื้อในกระแสเลือดไม่ใช่เชื้อโรคชนิดใหม่ แต่มันคือปฏิกิริยาของร่างกายที่ตอบสนองต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรงจนเกินไป เมื่อร่างกายเราพบเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราในจุดใดจุดหนึ่ง เช่น ปอดอักเสบ แผลติดเชื้อ หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบ หากการติดเชื้อนั้นลุกลามจนเข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะหลั่งสารเคมีออกมาเพื่อสู้กับเชื้อเหล่านั้น ทว่าในบางครั้งสารเคมีที่ออกมากลับไปสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะต่างๆ ของเราเอง จนนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวได้ในเวลาอันรวดเร็ว

สัญญาณเตือนแบบไหนบ้างที่ร่างกายกำลังบอกว่าเริ่มอันตราย

อาการของการติดเชื้อในกระแสเลือดมักมาแบบฉับพลันและรุนแรง หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรตั้งข้อสงสัยและรีบไปพบแพทย์ทันที:

  • มีไข้สูง หรือบางรายอาจมีอุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ชีพจรเต้นไม่เป็นจังหวะ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วและลึก
  • ความดันโลหิตต่ำลงจนรู้สึกหน้ามืด วูบ หรือเวียนศีรษะ
  • ซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือไม่ค่อยรู้สึกตัว
  • ปัสสาวะน้อยลงผิดปกติ หรือปัสสาวะไม่ออกเลย

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้ว่าใครก็สามารถติดเชื้อในกระแสเลือดได้ แต่มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่และต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นเป็นพิเศษ เช่น:

  • ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • เด็กเล็กที่อายุยังน้อย
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด หรือโรคมะเร็ง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการกินยากดภูมิหรือภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือมีบาดแผลขนาดใหญ่ตามร่างกาย

ขั้นตอนการรักษาเมื่อต้องเผชิญกับภาวะนี้

เมื่อมาถึงมือหมอ เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการรักษาแบบแข่งกับเวลาครับ การรักษาหลักประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำทันทีโดยไม่รอผลเพาะเชื้อ เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้เร็วที่สุด ควบคู่ไปกับการให้สารน้ำเพื่อพยุงความดันโลหิต และการตรวจติดตามการทำงานของอวัยวะต่างๆ อย่างใกล้ชิด หากภาวะติดเชื้อรุนแรงอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจหรือเครื่องฟอกไตชั่วคราวเพื่อประคองร่างกายในระหว่างที่ยาออกฤทธิ์

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากความเสี่ยง

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดโอกาสการติดเชื้อเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาความสะอาดของบาดแผลเล็กน้อยตามร่างกาย อย่าปล่อยให้แผลเรื้อรังหรืออักเสบ ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และที่สำคัญคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ หากคุณรู้สึกว่าตัวเองเจ็บป่วยและอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน อย่ารอดูอาการเองที่บ้าน การมาพบแพทย์โดยเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้สำเร็จได้มหาศาลครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down