ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสังเกตเห็นว่าลูกรักดูเพลียๆ ไม่ค่อยมีแรง วิ่งเล่นแป๊บเดียวก็เหนื่อย หรือบางทีก็งอแงโดยไม่มีสาเหตุ หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการเติบโต แต่ในฐานะหมอเด็ก อยากชวนมาลองสังเกตให้ลึกกว่านั้น เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนเงียบๆ ของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยมากในเด็กเล็ก แต่กลับมักถูกมองข้ามไปจนกว่าจะแสดงอาการรุนแรง
ลูกน้อยวัยไหนเสี่ยงที่สุด และทำไมถึงขาดธาตุเหล็กได้ง่าย
ธรรมชาติสร้างให้ทารกในครรภ์สะสมธาตุเหล็กจากคุณแม่ไว้ใช้ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต แต่พอเข้าเดือนที่ 6 เป็นต้นไป เจ้าตัวเล็กเริ่มโตไวมาก ปริมาณเลือดก็ต้องเพิ่มขึ้นตามตัว ธาตุเหล็กที่สะสมไว้เริ่มหมดลง หากน้องกินแต่นมแม่ล้วนโดยไม่ได้รับอาหารเสริมตามวัย หรือเด็กที่ติดนมวัวมากๆ จนไม่ยอมกินข้าว ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กขึ้นได้ นอกจากนี้ ในเด็กโตที่เลือกกิน ผักไม่แตะ เนื้อไม่กิน ก็หนีไม่พ้นปัญหานี้เช่นกันครับ
สังเกตอย่างไรดี ว่าลูกกำลังเผชิญกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
เพราะเด็กๆ ยังบอกเราไม่ได้ว่าเขารู้สึกเหนื่อยหรือเพลียแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเป็นนักสังเกตมือหนึ่ง อาการที่หมอพบได้บ่อยในห้องตรวจมีดังนี้ครับ:
- ผิวพรรณซีดเซียว: สังเกตได้ชัดที่ริมฝีปาก เปลือกตาด้านใน หรือฝ่ามือฝ่าเท้าที่เคยอมชมพูเริ่มซีดขาว
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย: ลูกอาจจะไม่อยากวิ่งเล่นเหมือนเคย นั่งๆ นอนๆ หรือหมดแรงเร็วกว่าเพื่อน
- หงุดหงิด งอแงง่าย: สมองที่ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงทำให้เด็กอารมณ์เสียง่ายอย่างไร้สาเหตุ
- กินยาก พัฒนาการสะดุด: เด็กบางคนอาจเบื่ออาหาร หรือมีความผิดปกติแปลกๆ เช่น อยากกินดิน กินน้ำแข็ง (Pica) รวมถึงสมาธิสั้น เรียนรู้ช้ากว่าวัย
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้นกับสมองและร่างกายของลูก
ธาตุเหล็กไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างเม็ดเลือดแดงให้มีสีแดงเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีบทบาทสำคัญยิ่งยวดในการพัฒนาสมองและระบบประสาทในช่วงขวบปีแรกๆ ของชีวิต หากเด็กๆ เป็นภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการแก้ไข จะส่งผลกระทบต่อไอคิว (IQ) และอีคิว (EQ) รวมถึงภูมิคุ้มกันทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ติดเชื้อบ่อย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและแก้ไขได้ยากหากปล่อยให้เลยวัยทองของการพัฒนาสมองไป
วิธีรักษาและเติมธาตุเหล็กให้เจ้าตัวเล็กอย่างถูกวิธี
ข่าวดีคือโรคนี้รักษาให้หายขาดได้ไม่ยากครับ เมื่อหมอตรวจพบภาวะนี้ ขั้นแรกเราจะมองหาสสาเหตุก่อนว่าเกิดจากการกินอาหารไม่พอ สูญเสียเลือดจากทางเดินอาหาร หรือมีโรคประจำตัวอะไรไหม จากนั้นจะมีการจ่ายยาเสริมธาตุเหล็กชนิดน้ำหรือชนิดเม็ดตามช่วงอายุของเด็ก
ข้อควรจำสำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่ต้องใจเย็นและให้ลูกกินยาอย่างต่อเนื่องตามที่หมอสั่งจนครบกำหนด แม้ว่าอาการซีดจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะเราต้องเผื่อเวลาให้ร่างกายสร้างคลังธาตุเหล็กสำรองเก็บไว้ด้วย และเวลาทานยาเสริมธาตุเหล็ก แนะนำให้ทานร่วมกับวิตามินซี เช่น น้ำส้มคั้นสด จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการทานพร้อมนมวัวหรือชาเพราะจะไปขัดขวางการดูดซึมครับ
เมนูอาหารกู้ชีพ ป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในจานข้าวลูก
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอครับ เรามาเริ่มปรับเปลี่ยนมื้ออาหารในบ้านกันดีกว่า อาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและดูดซึมได้ดีที่สุดคือเนื้อสัตว์สีแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ ไข่แดง รวมถึงสัตว์ทะเลอย่างกุ้งและหอย สำหรับเด็กเล็กสามารถเริ่มป้อนตับบดหรือไข่แดงบดได้ตั้งแต่เริ่มกินอาหารเสริม (6 เดือนขึ้นไป) ส่วนเด็กโตก็สนับสนุนให้ทานผักใบเขียวเข้มควบคู่กับเนื้อสัตว์ที่มีวิตามินซีสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดให้แข็งแรง
หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการเหนื่อยง่ายหรือผิวซีดเซียวผิดปกติ อย่ารอจนน้องหมดแรงนะครับ พามาปรึกษาคุณหมอเพื่อเจาะเลือดตรวจเช็กให้แน่ใจ การรู้เร็วและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยคืนความสดใสและพลังงานให้ลูกน้อยกลับมาเติบโตสมวัยได้อย่างมั่นใจครับ