ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่มีครอบครัวคนไข้เข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลใจ เมื่อเห็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่บ้านเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจไม่เต็มอิ่ม จนต้องเริ่มมองหาตัวช่วยอย่างเครื่องผลิตออกซิเจน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การให้ออกซิเจน เปรียบเสมือนการรักษาทางการแพทย์ประเภทหนึ่งที่มีทั้งคุณและโทษหากใช้งานไม่ถูกวิธี การทำความเข้าใจกลไก ขั้นตอนที่ถูกต้อง และข้อควรระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้านเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยอย่างแท้จริง

ทำไมร่างกายถึงต้องการออกซิเจนเสริม และใครบ้างที่จำเป็นต้องได้รับ?

โดยปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์เราต้องการออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายผ่านระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งปอดทำหน้าที่หลักในการแลกเปลี่ยนก๊าซนี้จากอากาศที่เราหายใจเข้าไป แต่เมื่อใดก็ตามที่ปอดหรือหัวใจทำงานผิดปกติ จนไม่สามารถนำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้เพียงพอ จะเกิดภาวะที่เรียกว่าภาวะพร่องออกซิเจน ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง หัวใจ และไตอย่างรุนแรง

กลุ่มผู้ป่วยที่แพทย์มักพิจารณาว่าจำเป็นต้องได้รับ การให้ออกซิเจน ได้แก่:

  • ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): เนื่องจากเนื้อปอดและถุงลมถูกทำลาย ทำให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลงอย่างถาวร
  • ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว: เมื่อหัวใจไม่มีแรงสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ การเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดจะช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจลงได้
  • ผู้ป่วยปอดอักเสบรุนแรงหรือติดเชื้อในกระแสเลือด: ซึ่งเป็นภาวะเฉียบพลันที่เนื้อปอดเต็มไปด้วยเสมหะหรือของเหลว ทำให้หายใจลำบาก
  • ผู้ป่วยระยะท้าย: เพื่อช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยหอบและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาสุดท้าย

รู้จักอุปกรณ์ให้ออกซิเจนแต่ละแบบ เลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะ?

การเลือกอุปกรณ์ในการให้ออกซิเจนนั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความต้องการปริมาณออกซิเจนของผู้ป่วยแต่ละราย โดยอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่บ้านมีดังนี้

สายออกซิเจนทางจมูก (Nasal Cannula)

เป็นอุปกรณ์ที่พบบ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นสายพลาสติกใสเส้นเล็กๆ ที่มีท่อสั้นๆ สองท่อสำหรับสอดเข้าในรูจมูก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยไม่รุนแรงและต้องการออกซิเจนในปริมาณต่ำถึงปานกลาง (อัตราการไหลประมาณ 1-6 ลิตรต่อนาที) ข้อดีคือผู้ป่วยยังสามารถพูดคุย รับประทานอาหาร และทำกิจกรรมต่างๆ ได้สะดวกขณะใช้งาน

หน้ากากออกซิเจน (Oxygen Mask)

หน้ากากจะครอบปิดทั้งปากและจมูก เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความเข้มข้นของออกซิเจนสูงขึ้น หรือในกรณีที่ผู้ป่วยหายใจทางปากเป็นหลัก โดยมีทั้งแบบหน้ากากธรรมดาและแบบที่มีถุงลมสำรอง (Mask with Reservoir Bag) เพื่อช่วยสะสมออกซิเจนเข้มข้นสูงให้ผู้ป่วยสูดหายใจเข้าไปในแต่ละครั้ง

ถังออกซิเจน VS เครื่องผลิตออกซิเจน

ในแง่ของแหล่งจ่ายออกซิเจน ถังออกซิเจนแบบบีบอัดก๊าซจะให้ความบริสุทธิ์สูงและไม่ต้องใช้ไฟฟ้า แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณที่หมดได้และต้องคอยนำไปเติม ในขณะที่เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) จะดึงอากาศรอบตัวมากรองและสกัดให้ได้ออกซิเจนเข้มข้น เหมาะสำหรับการใช้งานระยะยาวที่บ้าน แต่จำเป็นต้องมีไฟฟ้าสำรองในกรณีไฟดับ

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นว่าเมื่อไหร่ที่ร่างกายกำลังขาดออกซิเจน

การประเมินอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ดูแล โดยสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าผู้ป่วยอาจกำลังเผชิญกับภาวะพร่องออกซิเจนมีดังนี้

  • อาการทางกายภาพ: หายใจเร็วและตื้น ปีกจมูกบานขณะหายใจ หรือมีการดึงรั้งของกล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงและคอเพื่อช่วยหายใจ
  • สีผิวที่เปลี่ยนไป: ริมฝีปาก เล็บมือ หรือปลายเท้าเริ่มมีสีม่วงคล้ำหรือซีดอย่างเห็นได้ชัด
  • ระบบประสาท: มีอาการกระสับกระส่าย สับสน มึนงง พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือซึมลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากสมองขาดออกซิเจน
  • ค่าออกซิเจนปลายนิ้ว: หากวัดด้วยเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วแล้วพบว่าค่าต่ำกว่า 95% (หรือต่ำกว่าเกณฑ์เฉพาะที่แพทย์กำหนดไว้สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค)

ข้อควรระวังสำคัญเมื่อต้องให้ออกซิเจนที่บ้าน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เนื่องจากออกซิเจนเป็นก๊าซที่ช่วยเร่งปฏิกิริยาการเผาไหม้ การใช้งานที่บ้านจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงประกายไฟทุกชนิด: ห้ามสูบบุหรี่ จุดเทียน หรือวางแหล่งกำเนิดความร้อนและประกายไฟในระยะอย่างน้อย 2 เมตรจากอุปกรณ์ให้ออกซิเจน
  • อย่าปรับอัตราการไหลเองตามใจชอบ: การปรับแรงลมหรือปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ร่างกายชินกับระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูง หากได้รับออกซิเจนมากเกินไปอาจทำให้กลไกการหายใจหยุดทำงาน
  • รักษาความสะอาดของอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ: ต้องเปลี่ยนน้ำสะอาดในกระบอกทำความชื้นทุกวัน และทำความสะอาดสายออกซิเจนรวมถึงหน้ากากเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่อาจถูกสูดดมเข้าไปในปอดโดยตรง

การให้ออกซิเจนที่บ้านอย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานจากอาการเหนื่อยหอบของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัว หากมีข้อสงสัยหรือสังเกตเห็นอาการผิดปกติของผู้ป่วยขณะให้ออกซิเจน ควรติดต่อแพทย์เจ้าของไข้หรือสถานพยาบาลใกล้บ้านทันทีเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down