ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาในห้องตรวจด้วยอาการผื่นคื่นเรื้อรัง น้ำมูกไหลทุกเช้า หรือร่างกายอ่อนเพลียไม่มีแรง มักจะตั้งคำถามคาใจว่าตกลงตัวเองกำลังเผชิญกับโรคอะไรกันแน่ ระหว่างภูมิแพ้ธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็น กับโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ดูน่ากลัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองภาวะนี้มีความเกี่ยวުރเกี่ยวกันอย่างคาดไม่ถึง และการทำความเข้าใจให้ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองที่ดีที่สุด

ภูมิแพ้กับแพ้ภูมิตัวเองต่างกันอย่างไร แบบไหนคือโรคแพ้ภูมิตัวเองที่สัมพันธ์กับ

เวลาพูดถึงโรคภูมิแพ้ เรามักจะนึกถึงอาการจาม น้ำมูกไหล หรือผื่นคันเวลาเจอฝุ่น ละอองเกสร หรืออากาศเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันไวเกินไปต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกที่ไม่เป็นอันตราย แต่ในส่วนของโรคแพ้ภูมิตัวเองที่สัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันนั้น กลับมีความซับซ้อนกว่ามาก เพราะระบบภูมิคุ้มกันเกิดความสับสนและหันมาโจมตีเนื้อเยื่อหรืออวัยวะดีๆ ภายในร่างกายของตัวเองเสียเอง เปรียบเสมือนรั้วบ้านที่จู่ๆ ก็หันมาทำลายตัวบ้านเสียเอง

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าร่างกายกำลังสับสน

ความเชื่อมโยงระหว่างโรคภูมิแพ้และโรคแพ้ภูมิตัวเองมักเริ่มต้นจากภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกาย เมื่อภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นบ่อยครั้งจากอาการแพ้เรื้อรัง บางครั้งมันก็นำไปสู่ความผิดเพี้ยนในการทำงานระยะยาว อาการที่มักสังเกตได้บ่อยมีดังนี้

  • มีอาการผื่นแพ้ทางผิวหนังเรื้อรังที่ไม่ยอมหายขาดแม้จะหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นแล้ว
  • ปวดตามข้อต่อต่างๆ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงตื่นนอน
  • เหนื่อยล้าเรื้อรัง นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ รู้สึกหมดเรี่ยวแรงตลอดเวลา
  • มีไข้ต่ำๆ เรื้อรัง หรือต่อมน้ำเหลืองโตโดยไม่มีการติดเชื้อชัดเจน

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันรวน การปรับพฤติกรรมจึงสำคัญที่สุด

การรับมือกับปัญหานี้ไม่ใช่แค่การกินยาแก้แพ้เพื่อบรรเทาอาการปลายเหตุ แต่เป็นการปรับสมดุลให้ระบบภูมิคุ้มกันกลับมาทำงานอย่างปกติ หมอแนะนำให้เริ่มจากการสำรวจตัวเองและปรับไลฟ์สไตล์อย่างจริงจัง เริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้สนิท เพราะร่างกายซ่อมแซมตัวเองในช่วงที่เรานอนหลับลึก การจัดการกับความเครียดก็เป็นอีกเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลย เนื่องจากฮอร์โมนความเครียดมีผลโดยตรงต่อการกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย

เลือกกินอย่างไรให้อาการอักเสบรดความรุนแรงลง

อาหารการกินมีส่วนสำคัญอย่างมากในการควบคุมเพลิงอักเสบภายใน โรคแพ้ภูมิตัวเองที่สัมพันธ์กับภาวะลำไส้รั่วหรือการอักเสบเรื้อรัง มักตอบสนองได้ดีต่อการปรับอาหาร เน้นทานอาหารสดใหม่ ลดอาหารแปรรูป น้ำตาลทราย และไขมันทรานส์ เพิ่มผักผลไม้หลากสีที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า 3 จากปลาทะเล เพื่อช่วยลดกระบวนการอักเสบในระดับเซลล์

วิธีดูแลร่วมกับแพทย์และการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ

เนื่องจากอาการของโรคกลุ่มนี้มีความคาบเกี่ยวกันค่อนข้างมาก การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติการเจ็บป่วยอย่างละเอียดและการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูระดับสารอักเสบและภูมิคุ้มกันจำเพาะ การได้พบแพทย์เพื่อประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยลดโอกาสที่โรคจะลุกลามและสร้างความเสียหายให้อวัยวะภายใน การใช้ยาจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและผลการรักษาที่ตรงจุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down