แน่นท้อง พุงป่อง ลมเยอะจนทรมาน: เข้าใจและรับมือกับภาวะไม่สบายตัวจากอาการท้องอืดและมีลมในท้อง
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์นั่งทำงานอยู่ดีๆ แล้วรู้สึกเหมือนมีลมอยู่ในท้องเยอะมาก พุงป่องอึดอัด กางเกงที่เคยใส่สบายกลับแน่นขึ้นมาทันที หรือบางทีก็มีอาการเรอและผายลมบ่อยจนรู้สึกไม่มั่นใจ ภาวะไม่สบายตัวจากอาการท้องอืดและมีลมในท้อง เป็นปัญหาคลาสสิกที่หมอเจอคนไข้บ่นให้ฟังในห้องตรวจอยู่ทุกวัน ซึ่งแม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคที่อันตรายร้ายแรง แต่ความทรมานและอารมณ์หงุดหงิดที่ตามมาจากความอึดอัดนั้นมีอยู่จริงแน่นอน
ลมในท้องมาจากไหน ทำไมถึงแน่นอึดอัดได้ขนาดนี้?
ก่อนจะไปแก้ปัญหา เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเจ้าลมส่วนเกินพวกนี้มันมาจากไหน โดยปกติแล้วในทางเดินอาหารของเราจะมีแก๊สอยู่บ้างแล้วจากการทำงานของแบคทีเรียและการย่อยอาหาร แต่เวลาที่เราเกิดอาการท้องอืด มักจะมีปัจจัยหลักๆ อยู่สองทางคือ การกลืนอากาศเข้าไปโดยไม่รู้ตัว และกระบวนการสร้างแก๊สในลำไส้ที่มากผิดปกติ
การกลืนอากาศมักเกิดขึ้นเวลาที่เราเคี้ยวข้าวเร็วเกินไป พูดคุยไปด้วยกินไปด้วย เคี้ยวหมากฝรั่ง ดูดน้ำจากหลอด หรือแม้กระทั่งความเครียดที่ทำให้เราเผลอสูดหายใจลึกและกลืนน้ำลายบ่อยๆ ส่วนเรื่องการสร้างแก๊สในลำไส้ มักเกิดจากการที่จุลินทรีย์ในลำไส้ย่อยอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล หรือไฟเบอร์บางชนิดแล้วเกิดกระบวนการหมักตัวจนได้แก๊สออกมาเยอะเป็นพิเศษนั่นเอง
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันอะไรบ้างที่สะกิดต่อมท้องอืดให้กำเริบ?
เวลาตรวจคนไข้ หมอจะชวนคุยเรื่องพฤติกรรมการกินเป็นอันดับแรก เพราะบ่อยครั้งที่ต้นเหตุของ ภาวะไม่สบายตัวจากอาการท้องอืดและมีลมในท้องซ่อนอยู่ตรงนี้เอง
- กินเร็วเกินไป: เคี้ยวไม่ละเอียดแถมยังกลืนลมเข้าไปด้วยมหาศาล
- ชอบกินอาหารที่ย่อยยากหรือสร้างแก๊สเยอะ: เช่น ถั่ว บร็อกโคลี หอมใหญ่ กะหล่ำปลี หรือผลไม้รสหวานจัดบางชนิด
- ติดน้ำอัดลมและโซดา: ฟองแก๊สในเครื่องดื่มเหล่านี้พากันไปกองอยู่ในกระเพาะอาหาร
- นั่งแช่นานๆ หลังกินข้าว: ขาดการขยับตัวทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลง
- ความเครียดและความวิตกกังวล: สมองกับลำไส้เชื่อม กันอยู่โดยตรง ความเครียดส่งผลให้การบีบตัวของลำไส้รวนและเกิดลมได้ง่าย
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อให้ลมในท้องระบายออกไป
เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด และมีลมตีขึ้นมา ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ดู จะช่วยบรรเทาความอึดอัดลงได้มาก
- ขยับร่างกายเบื้องต้น: การเดินช้าๆ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย จะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลมเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
- จิบน้ำอุ่นหรือชาสมุนไพร: น้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร ขิงหรือสะระแหน่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการช่วยขับลม
- นวดท้องเบาๆ: ใช้นิ้วมือนวดวนตามเข็มนาฬิกา รอบสะดือ เริ่มจากขวาขึ้นบนแล้ววนไปซ้าย ช่วยไล่ลมที่ติดค้างให้ออกมาได้
- ปรับท่านอน: หากแน่นท้องมากเวลานอน ลองนอนตะแคงซ้ายและชันเข่าขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้แก๊สเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น
ตัวช่วยจากยาและการปรับอาหารระยะยาว
ในกรณีที่ปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ค่อยดีขึ้น การใช้ยากลุ่มขับลมหรือยาที่ช่วยลดฟองแก๊สในทางเดินอาหาร (เช่น Simethicone) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยได้รวดเร็ว นอกจากนี้ ในระยะยาวควรสังเกตตัวเองว่าอาหารชนิดไหนที่กินทีไรท้องอืดทุกที แล้วค่อยๆ หลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น รวมถึงการเพิ่มการกินโยเกิร์ตหรือจุลินทรีย์ชนิดดี (Probiotics) เพื่อช่วยปรับสมดุลลำไส้ให้แข็งแรงขึ้น
อาการแบบไหนที่เตือนว่าควรมาพบแพทย์
แม้ส่วนใหญ่ท้องอืดจะหายไปเองได้ แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
- มีอาการปวดท้องรุนแรงและเป็นต่อเนื่องไม่หาย
- น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- อุจจาระมีเลือดปน หรือมีสีดำคล้ายยางมะตอย
- มีไข้ร่วมกับท้องอืดและคลื่นไส้อาเจียน
- อาการท้องอืดเป็นๆ หายๆ เรื้อรังและรบกวนชีวิตประจำวัน
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นๆ ในระบบทางเดินอาหาร เช่น ลำไส้แปรปรวน หรือภาวะความผิดปกติของการย่อยอาหาร ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุดครับ