ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้ตัวร้อน ไอจนตัวโยน หายใจเร็วแรงจนหน้าอกบุ๋ม อาการเหล่านี้มักสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองและครอบครัวเป็นอย่างมาก เมื่อสมาชิกในบ้านมีอาการเจ็บป่วยทางระบบทางเดินหายใจ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดหรือปอดอักเสบธรรมดาที่รักษาไม่กี่วันก็คงหายดี แต่ในความเป็นจริง หากไม่ได้รับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที หรือหากเชื้อก่อโรคมีความรุนแรง โรคอาจลุกลามจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงเช่นหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด และนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รู้จักภาวะหนองในช่องเยื่อหุ้มปอด (Empyema Thoracis)

โดยปกติแล้ว ปอดของคนเราจะมีเยื่อบางๆ สองชั้นหุ้มอยู่ เรียกว่าเยื่อหุ้มปอด โดยระหว่างเยื่อสองชั้นนี้จะมีช่องว่างเล็กๆ ที่มีน้ำหล่อลื่นปริมาณน้อยมากคอยช่วยลดแรงเสียดทานขณะหายใจเข้าออก แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อที่ปอดอย่างรุนแรง เช่น โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ เชื้อโรคและเซลล์เม็ดเลือดขาวที่พยายามต่อสู้กับเชื้อจะตกลงไปสะสมในช่องเยื่อหุ้มปอดนี้ จนกลายเป็นสารคัดหลั่งที่มีลักษณะข้นคล้ายหนอง

เมื่อหนองสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มกดทับเนื้อปอด ส่งผลให้ปอดไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มที่ ผู้ป่วยจึงมีอาการหายใจลำบาก หายใจสั้น เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะเวลาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หรือเวลาไอ และมีไข้สูงลอยที่ไม่ยอมลดลงแม้จะได้รับยาลดไข้แล้วก็ตาม

เมื่อการติดเชื้อลุกลามสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

ความน่ากลัวของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจขั้นรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในทรวงอกเท่านั้น หากร่างกายไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อเฉพาะที่ได้ เชื้อแบคทีเรียหรือสารพิษจากเชื้อโรคอาจหลุดรอดเข้าสู่ระบบหมุนเวียนโลหิต แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด

ภาวะนี้จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงจนเกิดการอักเสบในวงกว้าง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว และทำให้อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ไต หัวใจ และสมอง ขาดเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยง จนนำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก

สัญญาณเตือนภัยที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

การสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษาโดยด่วนที่สุด:

  • ไข้สูงลอยต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และไข้ไม่ลดลงหลังรับประทานยาลดไข้
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วกว่าปกติ มีอาการปีกจมูกบาน หรือหน้าอกและชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
  • บ่นเจ็บหน้าอกข้างใดข้างหนึ่งอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเวลาไอหรือหายใจเข้าลึกๆ
  • มีอาการซึมลง อ่อนเพลียมาก ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือน้ำ หรือในเด็กเล็กอาจมีอาการงอแงผิดปกติไม่สามารถปลอบให้สงบได้
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือผิวเริ่มซีดหรือมีสีเขียวคล้ำ ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจน
  • ปัสสาวะออกน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกและการทำงานของไตที่ลดลง

แนวทางการวินิจฉัยและรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนผ่านการเอกซเรย์ปอด หรือการทำอัลตราซาวนด์ทรวงอกเพื่อดูปริมาณหนองและตำแหน่งที่สะสมในช่องเยื่อหุ้มปอด ควบคู่ไปกับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อและประเมินความรุนแรงของการติดเชื้อในกระแสเลือด

การรักษาภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ โดยผสมผสานระหว่างการให้ยาและการระบายหนองออกจากร่างกาย

วิธีการรักษาหลักประกอบด้วย:

  • การระบายหนองออกจากช่องอก: แพทย์อาจทำการเจาะดูดหนอง หรือใส่สายระบายทรวงอกเพื่อระบายหนองที่ค้างอยู่ออกมา ช่วยให้ปอดกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้น ลดการกดทับ และช่วยให้ไข้ลดลง
  • การให้ยาปฏิชีวนะประสิทธิภาพสูงทางหลอดเลือดดำ: แพทย์จะเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อก่อโรคอย่างกว้างขวาง และปรับเปลี่ยนตามผลเพาะเชื้อที่ได้จากหนองหรือกระแสเลือดในภายหลัง
  • การผ่าตัดผ่านกล้อง (VATS): ในกรณีที่หนองเริ่มเหนียวข้น ขังอยู่เป็นพ็อกเก็ต หรือมีพังผืดกั้นในช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้ไม่สามารถระบายออกได้ด้วยสายระบายธรรมดา ศัลยแพทย์ทรวงอกจะพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเข้าไปเลาะพังผืดและล้างทำความสะอาดช่องเยื่อหุ้มปอด
  • การรักษาประคับประคองและกู้สัญญาณชีพ: ในรายที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย แพทย์จะทำการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำอย่างเต็มที่ อาจร่วมกับการใช้ยากระตุ้นความดันโลหิต และการให้ออกซิเจนหรือใช้เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยวิกฤต

การป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงก่อนสายเกินไป

แม้ว่าภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้จะมีความรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต แต่คุณสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้โดยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย การเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมค็อกคัส และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ เมื่อเริ่มมีอาการเจ็บป่วยทางเดินหายใจ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเองเนื่องจากอาจทำให้เกิดการดื้อยาและบดบังอาการแสดงของโรค การไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนกลายเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down