ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงหลังมานี้ หมอเจอคุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆ และวัยรุ่นเข้ามาปรึกษาเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกันบ่อยขึ้น หลายคนเริ่มจากอาการบ่นว่าไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง หรือหงุดหงิดง่ายขึ้นอย่างผิดหูผิดตา หลายครั้งที่ผู้ใหญ่มักมองว่าเป็นเพียงวัยต่อต้านหรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่จริงๆ แล้วนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าในวัยเด็กและวัยรุ่นที่ต้องการความเข้าใจและการดูแลอย่างถูกต้อง

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกตให้ดี

เด็กและวัยรุ่นที่เผชิญกับภาวะซึมเศร้าไม่ได้แสดงออกด้วยการร้องไห้หรือดูเศร้าหมองเหมือนผู้ใหญ่เสมอไป สิ่งที่หมอมักพบได้บ่อยและอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตมีดังนี้

  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย ขี้รำคาญ หรือดูโกรธเกรี้ยวโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น การเล่นเกม กีฬา หรือการไปเจอเพื่อน
  • มีปัญหาเรื่องการนอน นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไปจนกลางวันดูเพลียตลอดเวลา
  • ผลการเรียนตกลงอย่างเห็นได้ชัด ขาดสมาธิในการเรียนหรือทำงานอดิเรก
  • บ่นปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ โดยที่หมอตรวจร่างกายแล้วไม่พบความผิดปกติทางกาย
  • เริ่มพูดถึงความรู้สึกไร้ค่า หรือตัดพ้อเกี่ยวกับชีวิตบ่อยขึ้น

ทำไมเด็กสมัยนี้ถึงเสี่ยงเป็นซึมเศร้ามากขึ้น

โรคซึมเศร้าในวัยเด็กและวัยรุ่นเกิดจากหลายปัจจัยผสมกัน หมออยากให้มองว่าไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากปัจจัยทางชีวภาพ สารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ร่วมกับแรงกดดันรอบตัว ทั้งจากการเรียน การคาดหวังของครอบครัว ปัญหากับเพื่อน หรือแม้แต่การถูกกลั่นแกล้งบนโลกโซเชียลมีเดียที่ทำให้เด็กขาดพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก

ลูกเป็นซึมเศร้า พ่อแม่ควรวางตัวอย่างไร

สิ่งแรกที่หมออยากแนะนำคือการเป็นผู้ฟังที่ดีโดยไม่ตัดสิน การรีบไปสอนว่าทำไมต้องเศร้าหรือให้คิดบวกมากๆ อาจทำให้เด็กปิดกั้นตัวเองมากขึ้น ลองเปลี่ยนเป็นคำถามปลายเปิดหรือเพียงแค่รับฟังสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ก็เพียงพอแล้ว การยอมรับว่าความเศร้าของเขามีอยู่จริงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษา

เมื่อไหร่ที่ต้องพามาหาหมอ

หากอาการเหล่านี้เริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ลูกไม่ยอมออกไปข้างนอกเลย ไม่กินข้าว หรือเริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเองหรืออยากตาย นี่คือสัญญาณแดงที่ต้องรีบพามาปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นทันที เรามีวิธีรักษาทั้งการทำจิตบำบัดและการใช้ยาในกรณีที่จำเป็น เพื่อช่วยให้สารเคมีในสมองปรับตัวเข้าสู่สมดุลอีกครั้ง

ก้าวผ่านความเศร้าไปด้วยกัน

การรักษาโรคซึมเศร้าในวัยเด็กและวัยรุ่นต้องใช้เวลาและความอดทน ทั้งจากตัวเด็กเอง ครอบครัว และทีมแพทย์ หมออยากฝากไว้ว่าโรคนี้สามารถรักษาให้ดีขึ้นและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้เหมือนเดิม เพียงแค่เราต้องไม่ละเลยสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ และหันมาพูดคุยกันด้วยความเข้าใจมากขึ้น

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down