ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยคิดว่าการล้อเล่นขำๆ ในกลุ่มเพื่อน หรือการโดนบูลลี่เล็กๆ น้อยๆ สมัยเรียน เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กทุกคนต้องเจอและโตมาก็คงลืมไปเอง แต่ในฐานะหมอที่นั่งฟังเรื่องราวของคนไข้มานาน ผมพบว่ารอยแผลจากคำพูดถากถางหรือการกลั่นแกล้งในกลุ่มเพื่อนนั้นฝังรากลึกกว่าที่คิด มากจนบางคนเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีอาการของโรคกลัวสังคมจากการถูกล้อเลียนและกลั่นแกล้งในกลุ่มเพื่อนโดยไม่รู้ตัว

จากคำล้อเลียนวันนั้น สู่ความกลัวการเข้าสังคมในวันนี้

เวลาที่เราโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องปมด้อย รูปร่าง หน้าตา หรือพฤติกรรม สมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความกลัวและความปลอดภัยจะทำงานอย่างหนักเพื่อจดจำความเจ็บปวดนั้นไว้ ธรรมชาติของมนุษย์เราต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน การถูกผลักไส หัวเยาะเย้ย หรือถูกบูลลี่จึงสร้างบาดแผลทางใจที่เรียกว่าการบาดเจ็บทางจิตใจในอดีต (Psychological Trauma)

เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆ สมองจะเริ่มสรุปบทเรียนโดยอัตโนมัติว่า การออกไปเจอผู้คน การแสดงออก หรือการพูดคุยกับใคร คือความเสี่ยงที่จะถูกทำร้ายซ้ำอีก ผลลัพธ์ก็คือร่างกายและจิตใจจึงสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา กลายเป็นความกลัว วิตกกังวล และหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมในที่สุด

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังเผชิญกับโรคกลัวสังคมอยู่

ความกลัวสังคมไม่ใช่แค่ความขี้อายธรรมดา แต่มีอาการทางกายและใจที่ชัดเจนเวลาที่เราต้องไปเจอผู้คน หากคุณมีอาการเหล่านี้ ลองสังเกตตัวเองดูว่ามันเริ่มกระทบชีวิตประจำวันหรือยัง

  • ใจสั่น เหงื่อออกมือ หน้าแดง หรือหายใจไม่อิ่มทันทีที่ต้องเดินเข้าไปในกลุ่มคนเยอะๆ หรือต้องเป็นจุดสนใจ
  • มีความคิดวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลาว่าคนอื่นกำลังมองและตัดสินเราในแง่ลบ
  • พยายามปฏิเสธทุกคำชวนให้ออกไปสังสรรค์ ประชุม หรือแม้แต่การเจอเพื่อนใหม่
  • รู้สึกเหนื่อยล้า หมดแรง และเครียดสะสมทุกครั้งที่ต้องออกไปข้างนอก

ก้าวข้ามความกลัวและเยียวยาแผลใจด้วยความเข้าใจตัวเอง

การรักษาโรคกลัวสังคมที่เกิดจากปมในวัยเด็ก ไม่ใช่การบังคับให้ตัวเองต้องออกไปเจอผู้คนฝืนๆ แต่เป็นการค่อยๆ ทำความเข้าใจและซ่อมแซมความรู้สึกข้างใน เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการยอมรับว่าแผลในใจนั้นมีอยู่จริง และมันไม่ใช่ความผิดของเราที่เราเคยโดนกระทำ

การฝึกเผชิญหน้ากับความกลัวทีละนิด (Gradual Exposure) เช่น เริ่มจากการทักทายคนใกล้ตัว การพูดคุยในกลุ่มเล็กๆ ที่ปลอดภัย หรือการเขียนระบายความรู้สึกออกมา ก็ช่วยลดความรุนแรงของความวิตกกังวลลงได้ และหากรู้สึกว่าแบกรับไม่ไหว การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) ถือเป็นทางออกที่ดีและช่วยให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down