หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า 'ตับอักเสบ' และมักจะนึกถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้ว ตับของเราสามารถอักเสบได้จากหลายสาเหตุ และหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อย และเป็นภัยเงียบที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับตับได้ในระยะยาว ก็คือ 'ไวรัสตับอักเสบ' นั่นเอง
ในฐานะที่คุณหมอที่ดูแลคนไข้มาหลายท่าน อยากจะชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจกับไวรัสตับอักเสบให้มากขึ้นกัน ว่าเจ้าเชื้อโรคตัวร้ายพวกนี้มันคืออะไร มีกี่ชนิด และแต่ละชนิดแพร่กระจายมาหาเราได้อย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาวิธีป้องกัน และดูแลตับของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ
ตับอักเสบจากไวรัสคืออะไร ทำไมเราต้องใส่ใจ?
ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า 'ตับอักเสบ' ก็คือภาวะที่เซลล์ตับของเราเกิดการอักเสบเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย ยา สารพิษ หรือแม้แต่ภูมิต้านทานของตัวเอง แต่ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกกันที่สาเหตุจากไวรัส ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และมีความสำคัญทางการแพทย์อย่างมาก เพราะบางชนิดสามารถเรื้อรังและนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับได้
เมื่อไวรัสเข้าโจมตีตับ: เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปที่ตับ มันจะเริ่มเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์ตับของเรา และใช้เซลล์ตับเป็นโรงงานในการเพิ่มจำนวน ซึ่งการที่เซลล์ตับถูกรุกรานแบบนี้ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา ร่างกายก็จะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้ ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือบางครั้งก็มีไข้ ตัวเหลืองตาเหลืองได้
รู้จักกับตัวการหลัก: ไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ
ไวรัสตับอักเสบมีอยู่หลายชนิด โดยชนิดหลักๆ ที่พบบ่อยและมีความสำคัญ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ดี และอี ซึ่งแต่ละชนิดก็มีลักษณะการติดต่อและผลกระทบต่อตับที่แตกต่างกัน
ไวรัสตับอักเสบเอ: ระวังเรื่องอาหารและน้ำไม่สะอาด
- ติดเชื้อได้อย่างไร? ไวรัสตับอักเสบเอ มักจะติดต่อผ่านการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่มที่ไม่สะอาด ผักผลไม้ที่ล้างไม่ดี หรือแม้แต่การใช้มือที่ไม่สะอาดหยิบจับอาหารเข้าปาก
- อาการเป็นอย่างไร? ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีตัวเหลืองตาเหลืองได้ มักจะหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน และไม่ค่อยจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
- ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย
ไวรัสตับอักเสบบี: ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่มะเร็งตับ
- ติดเชื้อได้อย่างไร? เป็นชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่ายกว่าที่คิด โดยหลักๆ แล้วจะผ่านทางสารคัดหลั่งและเลือด เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก เจาะตามร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด แม่ถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด หรือการสัมผัสเลือดและบาดแผลของผู้ติดเชื้อ
- อาการเป็นอย่างไร? ผู้ที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่บางรายอาจมีอาการเฉียบพลันคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือมีตัวเหลืองตาเหลืองได้ ที่สำคัญคือ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถกลายเป็น 'ตับอักเสบเรื้อรัง' ได้ในผู้ใหญ่ประมาณ 5-10% และในเด็กที่ติดเชื้อจากแม่สูงถึง 90% ซึ่งภาวะเรื้อรังนี่แหละ ที่เป็นอันตราย เพราะอาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ในอนาคต
- ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน มีประวัติเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ
ไวรัสตับอักเสบซี: อีกหนึ่งชนิดที่เรื้อรังได้ง่าย
- ติดเชื้อได้อย่างไร? คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี คือติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งเป็นหลัก เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก เจาะตามร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด การรับเลือด หรือจากแม่สู่ลูก แต่จะพบการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้น้อยกว่าไวรัสตับอักเสบบี
- อาการเป็นอย่างไร? ผู้ติดเชื้อมักไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้ไม่รู้ตัว และส่วนใหญ่จะกลายเป็น 'ตับอักเสบเรื้อรัง' ได้ง่ายมากถึง 75-85% ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา ก็จะนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้เช่นกัน
- ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่เคยใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด ผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือดก่อนปี พ.ศ. 2535 หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV
ไวรัสตับอักเสบดีและอี: ชนิดที่พบน้อยกว่า แต่ก็ต้องระวัง
- ไวรัสตับอักเสบดี: เป็นไวรัสที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะจะก่อโรคได้ก็ต่อเมื่อมีไวรัสตับอักเสบบีอยู่ร่วมด้วยเท่านั้น คือต้องติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อน หรือติดพร้อมกัน จะทำให้ตับอักเสบอาการรุนแรงขึ้น หรือเป็นตับอักเสบเรื้อรังที่แย่ลง
- ไวรัสตับอักเสบอี: มีลักษณะคล้ายไวรัสตับอักเสบเอ คือติดต่อผ่านทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง หายได้เอง และไม่กลายเป็นเรื้อรัง แต่ในหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีอาการรุนแรงได้
ป้องกันตับอักเสบจากไวรัส: เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้
เมื่อรู้ถึงสาเหตุและช่องทางการติดต่อของไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดแล้ว เราก็จะสามารถหาวิธีป้องกันตัวเองและคนที่เรารักได้ เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี การรักษาสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ การระมัดระวังเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย รวมถึงการตรวจคัดกรองหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือมีอาการผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะตับอักเสบ อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะการรู้เร็ว รักษาเร็ว ย่อมดีที่สุดสำหรับตับของเรา