ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า 'ตับอักเสบ' และมักจะนึกถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก แต่จริงๆ แล้ว ตับของเราสามารถอักเสบได้จากหลายสาเหตุ และหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อย และเป็นภัยเงียบที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับตับได้ในระยะยาว ก็คือ 'ไวรัสตับอักเสบ' นั่นเอง

ในฐานะที่คุณหมอที่ดูแลคนไข้มาหลายท่าน อยากจะชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจกับไวรัสตับอักเสบให้มากขึ้นกัน ว่าเจ้าเชื้อโรคตัวร้ายพวกนี้มันคืออะไร มีกี่ชนิด และแต่ละชนิดแพร่กระจายมาหาเราได้อย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หาวิธีป้องกัน และดูแลตับของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ตับอักเสบจากไวรัสคืออะไร ทำไมเราต้องใส่ใจ?

ก่อนอื่น มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า 'ตับอักเสบ' ก็คือภาวะที่เซลล์ตับของเราเกิดการอักเสบเสียหาย ซึ่งอาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย ยา สารพิษ หรือแม้แต่ภูมิต้านทานของตัวเอง แต่ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกกันที่สาเหตุจากไวรัส ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่และมีความสำคัญทางการแพทย์อย่างมาก เพราะบางชนิดสามารถเรื้อรังและนำไปสู่ภาวะตับแข็งหรือมะเร็งตับได้

เมื่อไวรัสเข้าโจมตีตับ: เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและเดินทางไปที่ตับ มันจะเริ่มเข้าไปอาศัยอยู่ในเซลล์ตับของเรา และใช้เซลล์ตับเป็นโรงงานในการเพิ่มจำนวน ซึ่งการที่เซลล์ตับถูกรุกรานแบบนี้ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา ร่างกายก็จะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้ ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือบางครั้งก็มีไข้ ตัวเหลืองตาเหลืองได้

รู้จักกับตัวการหลัก: ไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ

ไวรัสตับอักเสบมีอยู่หลายชนิด โดยชนิดหลักๆ ที่พบบ่อยและมีความสำคัญ ได้แก่ ไวรัสตับอักเสบเอ บี ซี ดี และอี ซึ่งแต่ละชนิดก็มีลักษณะการติดต่อและผลกระทบต่อตับที่แตกต่างกัน

ไวรัสตับอักเสบเอ: ระวังเรื่องอาหารและน้ำไม่สะอาด

  • ติดเชื้อได้อย่างไร? ไวรัสตับอักเสบเอ มักจะติดต่อผ่านการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุก น้ำดื่มที่ไม่สะอาด ผักผลไม้ที่ล้างไม่ดี หรือแม้แต่การใช้มือที่ไม่สะอาดหยิบจับอาหารเข้าปาก
  • อาการเป็นอย่างไร? ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจมีตัวเหลืองตาเหลืองได้ มักจะหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน และไม่ค่อยจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
  • ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

ไวรัสตับอักเสบบี: ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่มะเร็งตับ

  • ติดเชื้อได้อย่างไร? เป็นชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และติดต่อไปยังผู้อื่นได้ง่ายกว่าที่คิด โดยหลักๆ แล้วจะผ่านทางสารคัดหลั่งและเลือด เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก เจาะตามร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด แม่ถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด หรือการสัมผัสเลือดและบาดแผลของผู้ติดเชื้อ
  • อาการเป็นอย่างไร? ผู้ที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการในระยะแรก แต่บางรายอาจมีอาการเฉียบพลันคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือมีตัวเหลืองตาเหลืองได้ ที่สำคัญคือ ไวรัสตับอักเสบบีสามารถกลายเป็น 'ตับอักเสบเรื้อรัง' ได้ในผู้ใหญ่ประมาณ 5-10% และในเด็กที่ติดเชื้อจากแม่สูงถึง 90% ซึ่งภาวะเรื้อรังนี่แหละ ที่เป็นอันตราย เพราะอาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ในอนาคต
  • ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน มีประวัติเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ

ไวรัสตับอักเสบซี: อีกหนึ่งชนิดที่เรื้อรังได้ง่าย

  • ติดเชื้อได้อย่างไร? คล้ายกับไวรัสตับอักเสบบี คือติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งเป็นหลัก เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัก เจาะตามร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด การรับเลือด หรือจากแม่สู่ลูก แต่จะพบการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้น้อยกว่าไวรัสตับอักเสบบี
  • อาการเป็นอย่างไร? ผู้ติดเชื้อมักไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้ไม่รู้ตัว และส่วนใหญ่จะกลายเป็น 'ตับอักเสบเรื้อรัง' ได้ง่ายมากถึง 75-85% ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา ก็จะนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้เช่นกัน
  • ใครเสี่ยงเป็น? ผู้ที่เคยใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด ผู้ที่ได้รับการถ่ายเลือดก่อนปี พ.ศ. 2535 หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV

ไวรัสตับอักเสบดีและอี: ชนิดที่พบน้อยกว่า แต่ก็ต้องระวัง

  • ไวรัสตับอักเสบดี: เป็นไวรัสที่ค่อนข้างพิเศษ เพราะจะก่อโรคได้ก็ต่อเมื่อมีไวรัสตับอักเสบบีอยู่ร่วมด้วยเท่านั้น คือต้องติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีมาก่อน หรือติดพร้อมกัน จะทำให้ตับอักเสบอาการรุนแรงขึ้น หรือเป็นตับอักเสบเรื้อรังที่แย่ลง
  • ไวรัสตับอักเสบอี: มีลักษณะคล้ายไวรัสตับอักเสบเอ คือติดต่อผ่านทางอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง หายได้เอง และไม่กลายเป็นเรื้อรัง แต่ในหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีอาการรุนแรงได้

ป้องกันตับอักเสบจากไวรัส: เริ่มต้นดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้

เมื่อรู้ถึงสาเหตุและช่องทางการติดต่อของไวรัสตับอักเสบแต่ละชนิดแล้ว เราก็จะสามารถหาวิธีป้องกันตัวเองและคนที่เรารักได้ เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอและบี การรักษาสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ การระมัดระวังเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย รวมถึงการตรวจคัดกรองหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือมีอาการผิดปกติที่อาจบ่งชี้ถึงภาวะตับอักเสบ อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะการรู้เร็ว รักษาเร็ว ย่อมดีที่สุดสำหรับตับของเรา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down