ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาปวดหัว สิ่งแรกที่เราหยิบมาพึ่งพาก็หนีไม่พ้นยาแก้ปวดติดบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพาราเซตามอล ไอบูโปรเฟน หรือยาไมเกรนชนิดต่างๆ เพราะคิดว่ากินแล้วความเจ็บปวดจะหายไปแล้วเราจะกลับไปใช้ชีวิตต่อได้ปกติ แต่ในห้องตรวจ หมอเจอคนไข้หลายคนที่เดินเข้ามาด้วยปัญหาปวดหัวเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที พอลองซักประวัติลึกลงไปจึงรู้ความจริงว่า ยิ่งปวดก็ยิ่งกินยา ยิ่งกินยาก็ยิ่งปวด จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่เรียกว่า ภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด หรือที่หมอชอบเรียกว่าปวดหัวเพราะยา

วงจรอุบาทว์ของอาการปวดหัวที่เกิดจากยาแก้ปวด

ฟังดูอาจจะย้อนแย้งว่า ยาแก้ปวดทำไมถึงทำให้ปวดหัวเสียเอง กลไกง่ายๆ คือ สมองและระบบประสาทของเราปรับตัวคุ้นเคยกับการมีตัวยาเหล่านี้อยู่ในกระแสเลือดตลอดเวลา พอฤทธิ์ยาหมดลง สมองจะเกิดอาการเรียกร้องยา ทำให้เกิดอาการปวดหัวรอบใหม่ขึ้นมาทันที เป็นการปวดหัวแบบถอนยา (Withdrawal Headache) คนไข้ก็จะเข้าใจว่าอาการปวดกำเริบอีกแล้ว เลยคว้ามากินเพิ่มเข้าไปอีก กลายเป็นว่ายิ่งกินถี่ขึ้น ยิ่งกินโดสสูงขึ้น สมองก็ยิ่งไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเราจะปวดหัวแทบทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดพักเลย

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังตกหลุมพรางนี้อยู่

ไม่ใช่ทุกคนที่กินยาแก้ปวดแล้วจะเป็นโรคนี้ แต่มีเกณฑ์ง่ายๆ ที่หมอใช้สังเกตว่าเราเริ่มเข้าข่ายอันตรายแล้วหรือยัง ลองเช็คตัวเองดูจากข้อเหล่านี้

  • มีอาการปวดหัวบ่อยมากกว่า 15 วันต่อเดือนติดต่อกันเป็นเวลาหลายเดือน
  • มีความจำเป็นต้องกินยาแก้ปวดธรรมดา เช่น พาราเซตามอล มากกว่า 15 วันต่อเดือนขึ้นไป
  • หรือถ้าเป็นยากลุ่มแก้ไมเกรนหรือยาแก้ปวดแรงๆ เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน หรือยากลุ่มทริปแทน แล้วกินถี่มากกว่า 10 วันต่อเดือน
  • ตื่นเช้ามาก็ปวดหัวทันทีตั้งแต่ยังไม่ทันทำอะไร และอาการปวดมักจะดีขึ้นชั่วคราวหลังได้กินยาเม็ดแรกของวัน

ทางออกและการรักษาเพื่อตัดวงจรปวดหัวเรื้อรัง

ข่าวดีคืออาการนี้รักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องอาศัยความเด็ดเดี่ยวและความเข้าใจพอสมควร เพราะช่วงแรกของการรักษาจะค่อนข้างทรมาน แนวทางหลักที่หมอแนะนำมีดังนี้

การหยุดยาตัวปัญหาอย่างเด็ดขาดภายใต้คำแนะนำของแพทย์

วิธีเดียวที่จะตัดวงจรนี้ได้คือการหยุดยาแก้ปวดตัวที่กินเกินขนาดนั้นทันที หรือทยอยลดปริมาณลงตามแพทย์สั่ง ช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์แรก อาการปวดหัวอาจจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเพราะร่างกายกำลังขับยาออกและปรับตัว แต่ช่วงเวลานี้จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อผ่านพ้นไปได้

การใช้ยาป้องกันร่วมกับการปรับพฤติกรรม

แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มป้องกันไมเกรนหรือยาคลายเครียดในขนาดต่ำ เพื่อช่วยประคับประคองอาการปวดในช่วงที่เรากำลังหยุดยาแก้ปวดชุดเก่า พร้อมกับการจดบันทึกสมุดบันทึกอาการปวดหัว เพื่อดูว่าอะไรคือตัวกระตุ้นที่แท้จริง นอกเหนือจากการกินยา

การดูแลตัวเองเบื้องต้นและการปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางแก้ปวดที่ปลอดภัย จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แทนที่จะปล่อยให้ร่างกายตกเป็นทาสของยาแก้ปวดไปตลอดชีวิต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down