ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกท้องเสียหรืออ้วกบ่อย จนคุณแม่เริ่มกังวลเรื่องภาวะขาดน้ำในเด็ก

เวลาที่ลูกรักไม่สบาย โดยเฉพาะตอนที่มีไข้สูง ท้องเสีย หรืออาเจียนติดต่อกันหลายรอบ สิ่งที่หมอมักจะเห็นคุณพ่อคุณแม่กังวลมากที่สุดก็คือ การที่ลูกจะขาดน้ำ หลายคนอาจจะคิดว่าก็แค่ให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ก็น่าจะพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายของเด็กเล็กสูญเสียน้ำและเกลือแร่ได้เรวดเร็วและน่ากลัวกว่าผู้ใหญ่มาก การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ไม่ควรละเลย

ทำไมเด็กเล็กถึงเสี่ยงน้ำในร่างกายหมดเร็วกว่าผู้ใหญ่?

หากมองในแง่ของสรีรวิทยา ร่างกายของเด็กโดยเฉพาะทารกและเด็กเล็กมีสัดส่วนของน้ำเป็นองค์ประกอบสูงถึงประมาณ 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากกว่าผู้ใหญ่ แถมระบบการทำงานของไตในวัยนี้ยังพัฒนา Pยังไม่เต็มที่ ทำให้การกักเก็บน้ำในร่างกายทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัจจัยมากระตุ้น เช่น เสียเหงื่อมากจากอากาศร้อน อาเจียนพุ่ง หรือท้องเสีย น้ำและเกลือแร่สำคัญจึงถูกขับออกไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สมดุลในร่างกายพังลงในเวลาอันสั้น

สังเกตอย่างไรดีว่าลูกเริ่มขาดน้ำแล้ว? ดูจากจุดเหล่านี้

อาการเตือนภัยมักจะค่อยๆ แสดงออกมาทีละน้อย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตุกรอบรอบตัวลูกอย่างใกล้ชิด จะช่วยประเมินความรุนแรงได้ทันท่วงที โดยสามารถสังเกตได้จากสัญญาณเหล่านี้

  • ปัสสาวะหายไปหรือลดลงอย่างเห็นได้ชัด: ปกติเด็กควรจะเปลี่ยนผ้าอ้อมเปียกทุก 3 ถึง 4 ชั่วโมง หรือเด็กโตควรเข้าห้องน้ำเป็นปกติ แต่ถ้าผ่านไป 6 ชั่วโมงแล้วผ้าอ้อมยังแห้งสนิท หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด นั่นคือสัญญาณเตือนสีแดงแล้ว
  • ปากแห้งและไม่มีน้ำตาเวลา ร้องไห้: ลองใช้มือสัมผัสริมฝีปากและเยื่อบุในช่องปากของลูก ถ้าแห้งผาก ลิ้นแห้ง หรือเวลาที่ลูกงอแงร้องไห้หนักๆ แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาเลย แสดงว่าร่างกายเริ่มวิกฤตเรื่องน้ำแล้ว
  • ซึมลง ไม่ค่อยเล่นเหมือนเดิม: เด็กที่ขาดน้ำมักจะไม่มีแรง อ่อนเพลีย นอนซึมปลุกตื่นยาก หรือหงุดหงิดงอแงผิดปกติจากการที่ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง
  • กระหม่อมยุ๋มลงในเด็กทารก: สำหรับเด็กแบเบาะที่กระหม่อมยังไม่ปิด หากสังเกตเห็นว่าส่วนกระหม่อมด้านหน้ายุ๋มลงไปลึกกว่าปกติ นั่นแปลว่าน้ำในร่างกายลดลงมาก

แบ่งระดับความรุนแรงเพื่อให้เข้าใจง่าย

ทางการแพทย์เราจะแบ่งการขาดน้ำออกเป็นระดับ เพื่อจะได้เลือกวิธีรับมือได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

ภาวะขาดน้ำระดับน้อยถึงปานกลาง

เด็กยังคงรู้สึกตัวดี แต่อาจจะมีอาการกระหายน้ำมากกว่าปกติ ปากเริ่มแห้ง ปัสสาวะออกน้อยลง และชีพจรอาจจะเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย ระยะนี้ยังสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ด้วยการชดเชยน้ำ

ภาวะขาดน้ำระดับรุนแรง

ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เด็กจะซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น ตาโหลลึก กระหม่อมบุ๋มมาก มือเท้าเย็นจัดและซีดเผือด ชีพจรเต้นเบาและเร็วมากจนแทบจับไม่ได้ ปัสสาวะไม่ออกเลยหลายชั่วโมง กรณีนี้ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ

วิธีรับมือและแก้ไขเบื้องต้นเมื่อลูกเริ่มขาดน้ำ

หากลูกยังมีอาการขาดน้ำเพียงเล็กน้อยและยังกินทางปากได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเติมน้ำและเกลือแร่กลับคืนสู่ร่างกายให้ถูกวิธี

  • จิบเกลือแร่โออาร์เอส (ORS): สำหรับเด็กท้องเสียหรืออาเจียน การให้ดื่มเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง (เช่น ใช้ช้อนชาป้อนทุกๆ 5 ถึง 10 นาที) ดีกว่าการให้ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เพราะจะกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ
  • ให้ดื่มน้ำเปล่าหรือนมแม่ต่อเนื่อง: ในเด็กทารกที่ยังกินนมแม่ ควรให้ดูดนมแม่บ่อยขึ้น ส่วนเด็กโตให้จิบน้ำเปล่าสลับกับเกลือแร่
  • หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง: น้ำหวาน น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้กล่องสำเร็จรูป มีความเข้มข้นสูงเกินไป ซึ่งจะดึงน้ำในลำไส้มาขยายตัว ทำให้มีอาการท้องเสียแย่ลงกว่าเดิม

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอด่วน?

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปล่อยให้อาการลุกลาม หากพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพามาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยให้ดูแลต่อที่บ้าน

  • อาเจียนพุ่งทุกครั้งที่กินน้ำหรืออาหารเข้าไป แม้แต่น้ำลายก็กลืนไม่ได้
  • ถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมากติดต่อกันหลายครั้งในหนึ่งชั่วโมง หรือมีมูกเลือดปนมากับอุจจาระ
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด
  • หายใจหอบลึก หรือหายใจเร็วกว่าปกติ

วิธีรักษาเมื่อมาถึงมือแพทย์

เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกมาที่โรงพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินความรุนแรงของการขาดน้ำ หากยังไม่รุนแรงมาก แพทย์อาจจะให้ทดลองป้อนสารละลายเกลือแร่ในปริมาณที่คำนวณไว้ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากเด็กอาเจียนมากจนกินอะไรไม่ได้เลย หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ทีมแพทย์จำเป็นต้องเปิดเส้นเลือดเพื่อให้น้ำเกลือทดแทนสารน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของการเจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร หรือโรคอื่นๆ เพื่อรักษาที่ต้นเหตุต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down