ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยมีคำถามในใจ หรืออาจจะกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเกมมากผิดปกติ จนบางครั้งถึงกับต้องถอนหายใจและกังวลว่า 'ลูกเราติดเกมแล้วหรือยังนะ?' คำว่า 'ติดเกม' ไม่ใช่แค่เรื่องของวินัยในการเล่นเท่านั้น แต่เป็นภาวะที่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ว่าเป็นปัญหาสุขภาพจิตรูปแบบหนึ่ง หากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ การเรียน และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้

ภาวะติดเกม (Gaming Disorder) คืออะไร?

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า 'ภาวะติดเกม' หรือ Gaming Disorder ที่พูดถึงกันนี้คืออะไร องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บรรจุภาวะนี้ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) โดยนิยามว่าเป็นการรูปแบบพฤติกรรมการเล่นเกมที่รุนแรงและต่อเนื่อง จนทำให้ขาดการควบคุมในการเล่นเกม ให้ความสำคัญกับการเล่นเกมเหนือกว่ากิจกรรมอื่น และยังคงเล่นต่อไปแม้จะมีผลกระทบเชิงลบตามมา

เด็กและวัยรุ่นมีโอกาสติดเกมมากน้อยแค่ไหน? (ระบาดวิทยา)

แล้วเด็กๆ ของเรามีโอกาสติดเกมมากน้อยแค่ไหน? การศึกษาทางระบาดวิทยาชี้ให้เห็นว่าภาวะติดเกมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาและมีความอ่อนไหวต่อสิ่งเร้ารอบตัว การสำรวจในหลายประเทศพบว่าประมาณ 1-10% ของเด็กและวัยรุ่น อาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายภาวะติดเกม ซึ่งตัวเลขนี้อาจแตกต่างกันไปตามเกณฑ์การวินิจฉัยและวัฒนธรรม สังเกตได้ว่าลูกหลานของเราหลายคนเล่นเกมเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว การรู้จักกับตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

เจาะลึก: ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นติดเกม

แล้วทำไมเด็กบางคนถึงเล่นเกมได้โดยไม่มีปัญหา ในขณะที่อีกคนกลับกลายเป็นติดเกม? มีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเราในฐานะพ่อแม่ควรทำความเข้าใจเพื่อช่วยปกป้องลูกหลานของเรา

1. ปัจจัยส่วนบุคคล

  • วัยและพัฒนาการทางสมอง: เด็กเล็กและวัยรุ่นมีสมองส่วนหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ การยับยั้งชั่งใจ และการวางแผนที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ควบคุมตัวเองได้ยากกว่าผู้ใหญ่
  • ลักษณะนิสัย: เด็กที่มีความเปราะบางทางอารมณ์ มีปัญหาสมาธิสั้น (ADHD) มีภาวะวิตกกังวล หรือซึมเศร้า มักใช้เกมเป็นช่องทางในการหลีกหนีปัญหา หรือเพื่อรับการยอมรับที่หาไม่ได้ในโลกความเป็นจริง
  • ความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ: เด็กที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง อาจพบว่าการเล่นเกมช่วยให้พวกเขารู้สึกมีอำนาจ ประสบความสำเร็จ และเป็นที่ยอมรับจากเพื่อนในเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตจริง

2. ปัจจัยจากตัวเกม

  • ประเภทของเกม: เกมที่ออกแบบมาให้มีระบบการให้รางวัลที่กระตุ้นความตื่นเต้น (เช่น การได้ของหายาก, การเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว) เกมที่เล่นกับเพื่อนได้ (Multiplayer) หรือเกมที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มักทำให้เด็กจดจ่ออยู่กับเกมได้นานขึ้นและกระตุ้นการเล่นซ้ำ
  • กลไกทางจิตวิทยา: เกมมีกลไกที่กระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนในสมอง ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขและความพึงพอใจ คล้ายกับกลไกของการเสพติดอื่นๆ ทำให้เด็กอยากเล่นซ้ำเพื่อรับความรู้สึกเหล่านั้น

3. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและครอบครัว

  • การเลี้ยงดู: ครอบครัวที่ขาดกฎกติกาที่ชัดเจนในการใช้หน้าจอ การขาดความเข้าใจในเรื่องการเล่นเกมของลูก หรือการที่พ่อแม่ใช้หน้าจอมากเกินไป ก็อาจเป็นต้นแบบที่ไม่เหมาะสมได้
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัว: เด็กที่ขาดความผูกพันกับคนในครอบครัว รู้สึกไม่ได้รับการใส่ใจ หรือมีปัญหาความขัดแย้งในบ้าน อาจหันไปหาเกมเพื่อเติมเต็มความรู้สึกขาดแคลนเหล่านั้น
  • ปัจจัยทางสังคมและเพื่อน: การที่เพื่อนส่วนใหญ่เล่นเกม หรือมีการชักชวนให้เล่นเกมเป็นกลุ่ม อาจทำให้เด็กรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและกดดันให้ต้องเล่นตาม
  • การเข้าถึง: การมีอุปกรณ์สำหรับเล่นเกมที่เข้าถึงง่าย หรือการมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตลอดเวลา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการติดเกม

พ่อแม่จะสังเกตได้อย่างไร?

การที่ลูกเล่นเกมไม่ได้แปลว่าจะติดเกมเสมอไป แต่สิ่งสำคัญคือการที่พ่อแม่ต้องสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด หากพบว่าลูกเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป เช่น หมกมุ่นอยู่กับการเล่นเกมจนละเลยการเรียน กิจกรรมที่เคยชอบ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเริ่มแย่ลง มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายเมื่อถูกห้ามเล่น หรือใช้เวลาคิดถึงเรื่องเกมตลอดเวลา แม้ไม่ได้เล่นอยู่ นี่อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องหันมาพูดคุยและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้ว

การทำความเข้าใจถึงระบาดวิทยาและปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้พ่อแม่ตื่นตระหนก แต่เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางให้เราสามารถเฝ้าระวัง ป้องกัน และช่วยเหลือลูกหลานของเราได้อย่างทันท่วงที การสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น การกำหนดกติกาที่ชัดเจน และการเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้สื่อ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกของเราเติบโตขึ้นมาอย่างสมดุลและมีความสุข ไม่ใช่เพียงแค่ในโลกของเกม แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down