ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมภาวะซิฟิลิสแฝงถึงน่ากลัวกว่าที่คิด

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากไม่มีแผลตามตัวหรือผื่นขึ้นแล้ว แสดงว่าโรคซิฟิลิสหายไปเอง แต่ความจริงแล้วเชื้อซิฟิลิสเป็นเชื้อที่ฉลาดมากครับ มันสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการใดๆ ให้เราเห็นเลย ซึ่งภาวะนี้เราเรียกว่า ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะต้นและระยะปลาย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา เชื้อจะค่อยๆ เข้าไปทำลายอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ระบบประสาท หรือแม้แต่สมองอย่างเงียบเชียบ

ความแตกต่างระหว่างระยะแฝงต้นและระยะแฝงปลาย

ทางการแพทย์เราจะแบ่งระยะแฝงออกเป็นสองช่วงเวลาหลัก เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นดังนี้ครับ

  • ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะต้น (Early Latent Syphilis): คือช่วงที่เพิ่งติดเชื้อมาได้ไม่เกิน 1 ปี ร่างกายยังไม่มีอาการชัดเจน แต่ในระยะนี้เชื้อยังสามารถแพร่กระจายไปยังคู่นอนได้ง่ายที่สุดผ่านการสัมผัสหรือมีเพศสัมพันธ์
  • ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะปลาย (Late Latent Syphilis): คือช่วงที่ติดเชื้อมานานเกิน 1 ปีขึ้นไป ร่างกายอาจจะควบคุมเชื้อได้บางส่วนจนไม่แสดงอาการภายนอก แต่เชื้อยังคงฝังตัวอยู่และอาจส่งผลเสียร้ายแรงในระยะยาวหากไม่ได้รับยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง

สัญญาณเตือนที่ไม่มีใครมองเห็น

จุดที่ยากที่สุดของภาวะนี้คือ ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงดี หลายคนมาพบหมอเพียงเพราะไปตรวจสุขภาพประจำปีหรือตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน แล้วผลเลือดแจ้งเตือนขึ้นมา การที่ไม่มีแผล ไม่คัน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่มีเชื้อครับ เชื้อยังคงอยู่ในกระแสเลือดและพร้อมที่จะตื่นขึ้นมาทำร้ายอวัยวะสำคัญได้ทุกเมื่อ

ทำไมการตรวจเลือดถึงสำคัญที่สุด

เนื่องจากเราไม่สามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ด้วยการมองภายนอก การตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อซิฟิลิส (VDRL หรือ RPR และการตรวจยืนยันเฉพาะเจาะจงอย่าง TPHA/TPPA) จึงเป็นวิธีเดียวที่จะบอกได้ว่าเรากำลังเผชิญกับภาวะนี้อยู่หรือไม่ หากผลเลือดเป็นบวก แม้จะไม่มีอาการ ก็จำเป็นต้องได้รับยาฉีดปฏิชีวนะตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อตัดวงจรการทำลายอวัยวะภายใน

รักษาให้หายขาดได้ไหมถ้าเจอภาวะแฝง

ข่าวดีคือ ภาวะซิฟิลิสแฝงสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลิน ซึ่งเป็นมาตรฐานทองคำในการกำจัดเชื้อนี้ สิ่งสำคัญคือต้องมาพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อประเมินระยะของโรค เพราะถ้าปล่อยไว้นานจนเกิดภาวะซิฟิลิสระยะที่สามหรือภาวะแทรกซ้อนที่อวัยวะต่างๆ ไปแล้ว ความเสียหายนั้นอาจจะแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิมได้ยาก ดังนั้นการตรวจพบเร็วคือโอกาสทองของการรักษาครับ

ป้องกันอย่างไรไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

หลังการรักษาเสร็จสิ้น หมอจะนัดตรวจเลือดซ้ำเป็นระยะเพื่อดูว่าระดับภูมิคุ้มกันลดลงตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็นหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และการสื่อสารกับคู่นอนให้มาตรวจเลือดไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันการรับเชื้อกลับมาใหม่ ซึ่งจะช่วยให้เราห่างไกลจากความเสี่ยงของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down