ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความรู้จักซิฟิลิสแฝง: เมื่อเชื้อร้ายซ่อนตัวอยู่โดยไม่แสดงอาการ

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหากไม่มีแผลหรือผื่นตามตัวแล้วแสดงว่าปลอดภัยจากโรคซิฟิลิส แต่ในความเป็นจริง โรคนี้มีช่วงเวลาที่เรียกว่า ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะต้นและระยะปลาย ซึ่งเป็นช่วงที่เชื้อแบคทีเรียตัวร้ายยังคงวนเวียนอยู่ในร่างกายแม้จะไม่มีอาการภายนอกให้เห็นก็ตาม เปรียบเสมือนไฟที่สุมอยู่ในฟางซึ่งรอวันปะทุขึ้นมาใหม่หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะต้น: ช่วงรอยต่อที่เชื้อยังคงซ่อนตัว

ภาวะนี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่แผลจากซิฟิลิสระยะแรกหายไปเอง หรือผื่นจากระยะที่สองเริ่มจางลง โดยทั่วไปคือในช่วงหนึ่งปีแรกหลังได้รับเชื้อ ในช่วงนี้ร่างกายจะไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ผิวหนังดูปกติ ไม่เจ็บไม่คัน แต่ผลเลือดจะให้ค่าบวกชัดเจน การปล่อยทิ้งไว้ในระยะนี้ถือว่าอันตรายเพราะผู้ป่วยมักเข้าใจผิดว่าหายขาดแล้ว จึงทำให้เผลอแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนโดยไม่รู้ตัว

ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะปลาย: เมื่อเวลาผ่านไปนานกว่าหนึ่งปี

หากผ่านพ้นหนึ่งปีไปแล้วโดยไม่ได้รับการรักษา จะเข้าสู่ ภาวะซิฟิลิสแฝงระยะปลาย ซึ่งกินเวลานานหลายปีหรือหลายสิบปี เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่กระแสเลือดและฝังตัวตามอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด หรือระบบประสาท โดยที่ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใดๆ เลยไปจนกว่าจะเกิดความเสียหายกับร่างกายอย่างรุนแรงในระยะที่สาม หรือระยะแสดงอาการรุนแรงในอนาคต

ตรวจเลือดอย่างไรให้พบเชื้อในภาวะแฝง

เนื่องจากไม่มีอาการภายนอก วิธีเดียวที่จะรู้ได้คือการตรวจเลือดคัดกรอง โดยแพทย์จะใช้วิธีการตรวจสองรูปแบบควบคู่กันเพื่อความแม่นยำ ได้แก่:

  • การตรวจแบบไม่จำเพาะเจาะจง (Non-treponemal test): เพื่อดูระดับปริมาณเชื้อในร่างกาย
  • การตรวจแบบจำเพาะเจาะจง (Treponemal test): เพื่อยืนยันว่าเคยได้รับเชื้อนี้จริงหรือไม่

การรักษาภาวะซิฟิลิสแฝงในแต่ละระยะ

เป้าหมายสำคัญของการรักษาคือการกำจัดเชื้อให้หมดสิ้นไป แม้จะไม่มีแผลแล้วก็ตาม โดยปกติแพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินฉีดเข้ากล้ามเนื้อตามมาตรฐาน หากอยู่ในระยะแฝงต้นมักจะฉีดเพียงครั้งเดียว แต่หากอยู่ในระยะแฝงปลายหรือระบุระยะเวลาที่แน่นอนไม่ได้ แพทย์มักจะให้ยาต่อเนื่องกันเป็นเวลาสามสัปดาห์เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันการกำเริบของเชื้อที่ซ่อนตัวอยู่ลึกตามเนื้อเยื่อ

ทำไมถึงห้ามละเลยการตรวจติดตามหลังรักษา

การรักษาจบลงไม่ได้แปลว่าภารกิจสิ้นสุด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการเจาะเลือดติดตามผลเป็นระยะตามที่แพทย์นัด เพื่อดูว่าระดับภูมิคุ้มกันในเลือดลดลงจนถึงเกณฑ์ที่ปลอดภัยหรือไม่ การละเลยนัดหมายจะทำให้เราไม่รู้เลยว่าเชื้อถูกกำจัดไปจนหมดหรือกำลังดื้อยาและพร้อมจะกลับมาทำลายร่างกายในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down