ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สังเกตไหมว่าเวลาที่ลูกน้อยนอนหลับ บางครั้งจังหวะการหายใจของเขากลับดูเร็วและถี่จนน่ากังวล ยิ่งเวลาที่ต้องกินนม ลูกมักจะกินได้ทีละนิด ต้องหยุดพักบ่อยๆ มีเหงื่อเม็ดเป้งๆ ผุดขึ้นตามหน้าผากและแผ่นหลัง ทั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญจากหัวใจดวงน้อยๆ ที่กำลังทำงานหนักเกินไป

สำหรับคุณพ่อคุณแม่แล้ว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดและภาวะหัวใจล้มเหลว ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้เร็วที่สุด ซึ่งความเกี่ยวโยงระหว่างการทำงานของหัวใจและระบบทางเดินหายใจนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นชนิดที่แยกกันไม่ออก

ทำไมโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จึงนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองจินตนาการว่าหัวใจของคนเราคือปั๊มน้ำธรรมชาติที่คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย และคอยส่งเลือดไปฟอกที่ปอด แต่ในเด็กที่มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจมาแต่กำเนิด เช่น มีรูรั่วที่ผนังกั้นห้องหัวใจ หรือมีเส้นเลือดเกินปกติ จะทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดที่ผิดที่ผิดทาง

แทนที่เลือดจะไหลไปตามเส้นทางปกติ กลับมีเลือดปริมาณมากเกินไปไหลลัดวงจรย้อนกลับไปที่ปอด ทำให้เส้นเลือดในปอดมีแรงดันสูงขึ้น ปอดต้องรับศึกหนักจากปริมาณเลือดที่ท่วมท้น เมื่อปอดชุ่มไปด้วยน้ำและเลือด หัวใจห้องซ้ายจึงต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัวเพื่อสูบฉีดเลือดออกไปเลี้ยงร่างกายให้เพียงพอ เมื่อทำงานเกินกำลังติดต่อกันเป็นเวลานาน ในที่สุดหัวใจก็เริ่มอ่อนล้าและก้าวเข้าสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว

ทำไมความผิดปกติของหัวใจ ถึงส่งผลโดยตรงต่อจังหวะการหายใจ?

เมื่อหัวใจเริ่มทำงานไม่ไหวและเกิดภาวะคั่งน้ำในปอด ปอดจะมีความยืดหยุ่นลดลงและแข็งขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนทำได้ยากกว่าปกติ ร่างกายของเด็กจึงมีกลไกตอบสนองอัตโนมัติเพื่อเอาตัวรอด ด้วยการสั่งการให้สมองกระตุ้นให้ร่างกายหายใจให้เร็วขึ้น ถี่ขึ้น เพื่อดึงเอาออกซิเจนเข้ามาให้มากที่สุด

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเด็กที่มีปัญหาหัวใจมักจะมีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว แม้ในขณะที่กำลังนอนหลับเฉยๆ ยิ่งในเวลาที่ต้องออกแรง เช่น การดูดนมแม่ หรือการร้องไห้ หัวใจและปอดที่ต้องทำงานหนักอยู่แล้วจะยิ่งรับภาระไม่ไหว ทำให้เด็กเหนื่อยจนต้องหยุดดูดนมบ่อยๆ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และส่งผลให้เจริญเติบโตช้า น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์

วิธีสังเกตและนับอัตราการหายใจของลูกน้อยอย่างถูกวิธี

การตรวจเช็กจังหวะการหายใจของลูกเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เองที่บ้าน โดยเวลาที่ดีที่สุดในการนับคือตอนที่ลูกกำลังนอนหลับสนิท ไม่ใช่ตอนที่เพิ่งร้องไห้เสร็จหรือเพิ่งเล่นเสร็จใหม่ๆ

วิธีนับอัตราการหายใจที่ถูกต้อง

  • ให้ดูจังหวะการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอกหรือหน้าท้องของลูก โดยการขยับขึ้นและลงนับเป็น 1 ครั้ง
  • ควรใช้การจับเวลาและนับให้ครบเต็ม 1 นาที เพื่อความแม่นยำ เนื่องจากเด็กเล็กอาจมีจังหวะการหายใจที่เร็วสลับช้าเป็นระยะ

เกณฑ์อัตราการหายใจปกติในแต่ละช่วงวัย (ขณะนอนหลับ)

  • เด็กแรกเกิดถึงอายุ 2 เดือน: ไม่ควรเกิน 60 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุ 2 เดือนถึง 1 ปี: ไม่ควรเกิน 50 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุ 1 ปีถึง 5 ปี: ไม่ควรเกิน 40 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป: ไม่ควรเกิน 30 ครั้งต่อนาที

หากนับแล้วพบว่าอัตราการหายใจของลูกสูงกว่าเกณฑ์ข้างต้นอย่างต่อเนื่อง นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าหัวใจหรือปอดกำลังมีปัญหา

สัญญาณเตือนร่วมอื่นๆ ที่ต้องคอยสังเกตอย่างใกล้ชิด

นอกเหนือจากอัตราการหายใจที่เร็วขึ้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • การหายใจใช้แรงมากกว่าปกติ: สังเกตเห็นผิวหนังบริเวณซอกคอ ใต้ชายโครง หรือร่องซี่โครงบุ๋มลงไปทุกครั้งที่ลูกหายใจเข้า
  • อาการปีกจมูกบาน: รูจมูกขยับบานออกกว้างในขณะหายใจ เพื่อช่วยดึงลมเข้าปอด
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: มีเหงื่อท่วมศีรษะและตัวในขณะกินนม หรือแม้แต่ขณะนอนพักในห้องแอร์
  • สีผิวเปลี่ยนไป: ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีคล้ำขึ้น หรือออกสีพิมพ์ฟ้าเมื่อร้องไห้หรือออกแรง
  • เลี้ยงไม่โต: น้ำหนักตัวขึ้นช้ามากหรือไม่ขึ้นเลยตามเกณฑ์อายุ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการหายใจและการทำงานของหัวใจที่ล้มเหลว

อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน?

หากพบว่าลูกมีอาการหายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หน้าอกบุ๋มลึกมาก มีเสียงครางเครือในคอขณะหายใจ ตัวเขียวคล้ำ ซึมลง ไม่ยอมกินนม หรือดูเหนื่อยล้าจนไม่สามารถทำกิจกรรมปกติได้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลในทันทีเพื่อรับการตรวจประเมินและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การดูแลรักษาเพื่อช่วยให้หัวใจดวงน้อยกลับมาทำงานได้ดีขึ้น

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเด็กมีภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด แนวทางการดูแลรักษาจะเน้นการลดภาระงานของหัวใจและเพิ่มความสุขสบายในการหายใจของเด็ก

  • การรักษาด้วยยา: แพทย์มักจะจ่ายยาขับปัสสาวะเพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่คั่งในปอด ทำให้ปอดขยายตัวได้ดีขึ้นและหายใจสะดวกขึ้น ร่วมกับยาช่วยการบีบตัวของหัวใจ หรือยาลดความดันในเส้นเลือด
  • การดูแลเรื่องโภชนาการ: เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้ใช้พลังงานสูงมากในการหายใจ แพทย์และพยาบาลจะแนะนำเรื่องการให้นมที่เน้นสารอาหารสูง การปรับวิธีการป้อนเพื่อไม่ให้เด็กเหนื่อยเกินไป หรืออาจใช้การให้อาหารทางสายยางในกรณีที่เด็กเหนื่อยมาก
  • การผ่าตัดรักษา: ในรายที่มีโครงสร้างหัวใจผิดปกติรุนแรง แพทย์หัวใจเด็กและศัลยแพทย์จะวางแผนร่วมกันเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไขรูรั่วหรือความผิดปกตินั้นๆ เพื่อเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ

หัวใจดวงเล็กๆ ของพวกเขามีความเปราะบาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเติบโตหากได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที การสังเกตและจับตาสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องการหายใจ จึงเป็นความรักและความใส่ใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะมอบให้แก่ลูกรักได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down