เวลาเห็นคนรักเริ่มเข้ามาใกล้ชิดมากๆ หรือแสดงความรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง ทำไมใจมันถึงกระวนกระวาย อยากจะถอยหลังออกไปตั้งหลักทุกที หลายคนมักโทษว่าเป็นเพราะตัวเองรักอิสระเกินไป หรือยังไม่เจอคนที่ใช่ แต่ในมุมมองของจิตวิทยาและจิตแพทย์แล้ว อาการแบบนี้อาจมีรากฐานมาจากเรื่องที่เราคาดไม่ถึง นั่นคือรูปแบบความผูกพันในวัยเด็กที่ติดตัวเรามาจนโต โดยเฉพาะรูปแบบความผูกพันแบบไม่มั่นคงและหลีกเลี่ยงที่มักซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงความเย็นชาที่เราสร้างขึ้นมา
จากความสัมพันธ์ในวัยเด็ก สู่กำแพงความเย็นชาในวัยผู้ใหญ่
เวลาที่เราพูดถึงความผูกพัน รากฐานมันมักจะย้อนกลับไปตอนที่เรายังเด็กมากๆ หากเด็กคนหนึ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ผู้เลี้ยงดูหรือพ่อแม่ไม่ตอบสนองทางอารมณ์ ไม่โอบกอดเวลาที่ร้องไห้ หรือส่งสัญญาณว่าเราต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้นถึงจะรอด เด็กสมองน้อยๆ จะเรียนรู้กลไกการเอาตัวรอดอย่างหนึ่งโดยอัตโนมัติ นั่นคือ การปิดสวิตช์ความต้องการพึ่งพาคนอื่นเสีย เพราะการคาดหวังความอบอุ่นจากใครสักคนมันเจ็บปวดและไม่แน่นอน สัญชาตญาณจึงบอกให้เราดูแลตัวเองและไม่ต้องไปผูกพันกับใครดีที่สุด
สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด
คนที่มีรูปแบบความผูกพันแบบไม่มั่นคงและหลีกเลี่ยง มักจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่แสดงออกมาในความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งบางทีตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร พฤติกรรมเหล่านี้มักประกอบด้วย:
- รู้สึกอึดอัดเวลามีคนทำตัวติดสอยห้อยตาม: เมื่ออีกฝ่ายเริ่มถามไถ่จุกจิก หรืออยากใช้เวลาร่วมกันมากๆ จะรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกและอยากหนีหายไปเงียบๆ
- มองหาข้อบกพร่องของแฟนอยู่ตลอดเวลา: พอความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาไปได้ด้วยดี สมองจะเริ่มขุดคุ้ยหาข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่ายมาเป็นข้ออ้างในการตีตัวออกห่าง
- ไม่ค่อยเปิดใจเล่าเรื่องความรู้สึกแย่ๆ ให้ฟัง: เชื่อมาตลอดว่าปัญหาของตัวเองต้องจัดการเอง การแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเท่ากับเปิดช่องให้เขาเข้ามาทำร้าย
- ตัดขาดความสัมพันธ์ได้ง่ายดาย: เวลาทะเลาะกันหรือมีความขัดแย้ง มักเลือกวิธีเงียบหาย บล็อกการติดต่อ หรือตัดจบความสัมพันธ์ดื้อๆ โดยไม่เคลียร์ให้รู้เรื่อง
เบื้องหลังความเย็นชา แท้จริงแล้วซ่อนความกลัวเอาไว้
ภายนอกคนกลุ่มนี้อาจดูเหมือนคนเข้มแข็ง เย็นชา ไม่แคร์โลก และอยู่คนเดียวได้สบายมาก แต่ถ้ามองเข้าไปลึกถึงโครงสร้างทางจิตใจ ความจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ลึกๆ แล้วพวกเขากลัวการถูกปฏิเสธ กลัวการถูกทิ้งให้อย้างโดดเดี่ยว และมีความกังวลว่าถ้าเปิดใจรักใครแบบหมดหัวใจ สุดท้ายก็ต้องเจ็บปวดเหมือนในอดีต การสร้างกำแพงความหลีกเลี่ยงขึ้นมาจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ใครเข้ามาทำลายความรู้สึกได้อีก
วิธีปรับเปลี่ยนและก้าวข้ามกำแพงความกลัวเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคง
การรู้ตัวว่าเรามีรูปแบบความผูกพันแบบนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเยียวยา เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนละคนในชั่วข้ามคืน แต่เราสามารถค่อยๆ เรียนรู้ที่จะปรับพฤติกรรมได้ผ่านแนวทางเหล่านี้:
- ฝึกสังเกตปฏิกิริยาของตัวเอง: เวลาที่เริ่มรู้สึกอยากถอยหนีหรืออยากตัดบทสนทนา ให้หยุดคิดสักนิดแล้วถามตัวเองว่ากำลังกลัวอะไรอยู่ ความกลัวนั้นมาจากสถานการณ์ปัจจุบันจริงๆ หรือเป็นแค่เงาจากอดีต
- สื่อสารความรู้สึกให้partnerเข้าใจ: ลองเปิดใจคุยกับคนข้างกายตามตรงว่า บางครั้งเรามีอาการต้องการพื้นที่ส่วนตัวสูง ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะนิสัยส่วนตัวที่ต้องใช้เวลาปรับตัว
- ฝึกเปิดใจทีละนิด: ลองอนุญาตให้ตัวเองพึ่งพาคนอื่นในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และเรียนรู้ว่าการแสดงความอ่อนแอไม่ได้ทำให้เราดูแย่เสมอไป
ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและปลอดภัยเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนคู่ควร แม้ว่าการก้าวข้ามกำแพงความหลีกเลี่ยงจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก แต่การมีความกล้าที่จะเปิดใจเรียนรู้ จะช่วยให้เราไม่ต้องโดดเดี่ยวอยู่หลังกำแพงที่ตัวเองสร้างขึ้นอีกต่อไป