ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นลูกหลานเปลี่ยนไป จากเด็กที่เคยร่าเริงสดใส กลับกลายเป็นเงียบขรึม ขี้หงุดหงิดง่าย หรือเก็บตัวอยู่ในห้องนานผิดปกติ หลายบ้านมักคิดว่าเป็นแค่อารมณ์แปรปรวนตามวัย หรือพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ ผมอยากชวนทุกคนมามองให้ลึกกว่านั้น เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าในวัยเด็กและวัยรุ่นที่กำลังเงียบงันแต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง

ลูกเราแค่ซึมเศร้าชั่วคราวหรือกำลังป่วยเป็นโรคนี้กันแน่?

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ การคิดว่าเด็กยังเล็กเกินกว่าจะเครียดหรือเป็นโรคซึมเศร้าได้ ความจริงแล้วสมองของเด็กและวัยรุ่นยังอยู่ในช่วงพัฒนาการ การจัดการกับความกดดัน ความผิดหวัง หรือปัญหาในชีวิตจึงยังทำได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่

ในเด็กเล็ก อาการอาจจะไม่แสดงออกมาชัดเจนว่าเศร้า แต่จะมาในรูปแบบของอาการทางกาย เช่น ปวดท้อง ปวดหัวบ่อยๆ โดยตรวจไม่พบโรคทางกาย นอนไม่หลับ หรือฝันร้ายซ้ำๆ ส่วนในวัยรุ่น มักจะแสดงออกผ่านความหงุดหงิดฉุนเฉียว ก้าวร้าว หรือรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ มากกว่าการนั่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนในผู้ใหญ่

สัญญาณเตือนภัยที่พ่อแม่ต้องสังเกตให้ดี

การแยกแยะระหว่างอารมณ์วัยรุ่นปกติกับโรคซึมเศร้า ดูได้จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ และกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเห็นได้ชัด

  • การเรียนและกิจกรรมที่เคยชอบดิ่งลง: เด็กจะหมดความสนใจในสิ่งที่เคยสนุก ไม่อยากไปโรงเรียน ผลการเรียนตกลงอย่างกะทันหัน
  • รูปแบบการกินและการนอนเปลี่ยนไป: นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือในทางกลับกันคืออยากนอนตลอดเวลา น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นผิดปกติเพราะความอยากอาหารเปลี่ยน
  • พลังงานหมด ด้อยค่าตัวเอง: บ่นว่าเหนื่อยตลอดเวลา ไม่มีแรงทำอะไร พูดจาดูถูกตัวเองบ่อยๆ เช่น ฉันมันโง่ ฉันมันเป็นภาระของทุกคน
  • แยกตัวออกจากสังคม: เลิกคุยกับเพื่อน ไม่ยอมกินข้าวร่วมโต๊ะกับครอบครัว ขลุกอยู่แต่ในห้องและหน้าจอโทรศัพท์

เบื้องหลังความเจ็บปวดที่ผู้ใหญ่มักมองข้าม

สาเหตุของโรคซึมเศร้าในวัยเด็กและวัยรุ่นไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานกันหลายด้าน ทั้งสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล กรรมพันธุ์ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น แรงกดดันเรื่องการเรียน การกลั่นแกล้งกันที่โรงเรียน ปัญหาครอบครัว หรือแม้แต่การเสพสื่อสังคมออนไลน์เปรียบเทียบชีวิตตนเองกับคนอื่นจนเกิดปมด้อย

เมื่อไหร่ควรพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าพฤติกรรมของลูกเปลี่ยนไปในทางลบต่อเนื่อง และเริ่มพูดจาทำนองไม่อยากมีชีวิตอยู่ หรือพบร่องรอยการทำร้ายตัวเอง เช่น การกรีดแขนหรือขูดผิวหนัง นี่คือสัญญาณสีแดงเพลิงที่ต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้หายไปเอง เพราะโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการพูดคุยบำบัดจิตใจและการใช้ยาปรับสารเคมีในสมองภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง

การพาเด็กมาหาหมอไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการยื่นมือเข้าไปช่วยดึงลูกขึ้นมาจากหลุมดำที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่คนเดียว ความเข้าใจและการรับฟังอย่างไม่ตัดสินจากคนในครอบครัว คือยาวิเศษที่ดีที่สุดในการเยียวยาหัวใจดวงน้อยๆ ให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down