ตื่นมาแล้วปวดข้อ นิ้วบวมเป่ง ปัญหาใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม
หลายวันที่ผ่านมา มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาที่คลินิกด้วยอาการปวดข้อสะสม โดยเฉพาะที่นิ้วโป้งเท้า บวมแดงจนเดินแทบไม่ไหว พอลองตรวจเลือดดูก็พบว่าเจ้าตัวร้ายอย่างกรดยูริกในเลือดสูงปรี๊ด พอถามถึงเรื่องพฤติกรรมการดื่มน้ำในแต่ละวัน คำตอบที่ได้มักจะหนีไม่พ้นคำว่า ดื่มน้อยมาก หรือดื่มเฉพาะตอนที่รู้สึกกระหายจริงๆ เท่านั้น ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาโรคเกาต์และภาวะกรดยูริกเกินที่พบได้บ่อยมากๆ ในยุคนี้
กรดยูริกมาจากไหน และทำไมน้ำเปล่าถึงเป็นยาวิเศษในการขับออก?
ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กรดยูริกไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า แต่มันคือของเสียที่ร่างกายสร้างขึ้นจากการย่อยสลายสารพิวรีน ที่เรากินเข้าไปจากอาหารพวกเนื้อสัตว์ เครื่องใน อาหารทะเล หรือแม้แต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปกติแล้วร่างกายของเราจะพยายามกำจัดเจ้ากรดยูริกนี้ทิ้งทางไต โดยการขับออกมากับปัสสาวะ
ทีนี้พอนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราดื่มน้ำน้อย เลือดเราก็จะเข้มข้น ไตของเราก็เหมือนเครื่องกรองน้ำที่ไม่มีน้ำมาช่วยชะล้าง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไตจะไม่สามารถขับกรดยูริกออกไปได้เต็มที่ กรดยูริกส่วนเกินเหล่านี้ก็จะตกตะกอนกลายเป็นผลึกแหลมคม ไปสะสมตามข้อต่อต่างๆ จนเกิดอาการอักเสบปวดบวมทรมานตามมา การดื่มน้ำให้เพียงพอจึงเปรียบเสมือนการเปิดน้ำไล่ท่อระบาย เพื่อไม่ให้ตะกอนกรดยูริกตกค้างในร่างกายนั่นเอง
เทคนิคดื่มน้ำอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุดในการลดกรดยูริก
การดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่เหมาะสมไม่ได้แปลว่าให้กระดกทีเดียวหมดเป็นลิตรๆ จนจุกนะครับ แต่ต้องมีเทคนิคการกระจายตัวที่ดีเพื่อให้ร่างกายและไตได้ใช้งานอย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน
ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการต่อวัน
สำหรับคนทั่วไป แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าสะอาดประมาณ 1.5 ถึง 2 ลิตรต่อวัน แต่สำหรับใครที่มีปัญหากลุ่มเสี่ยงเรื่องกรดยูริกสูงหรือเป็นโรคเกาต์แล้ว แพทย์มักจะแนะนำให้เพิ่มปริมาณขึ้นไปอีกอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 3 ลิตรต่อวัน เว้นแต่คนไข้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างเช่นโรคหัวใจหรือโรคไตวายเรื้อรังที่ต้องจำกัดน้ำ อันนั้นต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ประจำตัวอย่างใกล้ชิด
การแบ่งเวลาดื่มน้ำไม่ให้ขาดตอน
ลองปรับกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ด้วยการจิบน้ำเรื่อยๆ ระหว่างวัน อย่ารอให้กระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม เพราะอาการกระหายแปลว่าร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว ตื่นนอนตอนเช้าควรดื่มน้ำอุ่นสักหนึ่งแก้วเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายและระบบไหลเวียนเลือด ระหว่างวันพกขวดน้ำติดตัวไว้คอยจิบ และก่อนนอนก็ควรดื่มน้ำอีกสักเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดหนืดข้นจนเกินไปในช่วงกลางคืน
เครื่องดื่มอะไรบ้างที่ควรเลี่ยง แม้จะบอกว่าเป็นน้ำเหมือนกัน
เวลาพูดถึงเรื่องการดื่มน้ำ หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องดื่มอะไรก็ได้นับหมด ซึ่งความจริงแล้วอันตรายมากครับ
- น้ำอัดลมและน้ำหวาน: มีส่วนผสมของฟรุกโตสสูงมาก ซึ่งสารตัวนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นการสร้างกรดยูริกโดยตรง แถมยังขัดขวางการขับกรดยูริกออกทางไตอีกด้วย
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: โดยเฉพาะเบียร์ที่มีพิวรีนสูงปรี๊ด และแอลกอฮอล์ยังทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เกิดภาวะขาดน้ำเฉียบพลัน ทำให้กรดยูริกพุ่งกระฉูดจนปวดข้อกำเริบได้ทันที
- ชาและกาแฟเข้มๆ: แม้จะดื่มได้ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่หากใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมเยอะ ก็จะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำลายสุขภาพทางอ้อม
ปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองร่วมกับการดื่มน้ำ
การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดและทำได้ง่ายที่สุด แต่ถ้าอยากให้ระดับกรดยูริกกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างยั่งยืน แนะนำให้ปรับเรื่องอาหารการกินร่วมด้วย ลดอาหารประเภทเครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ใหญ่ ยอดผักชะอม หรือสัตว์ปีกบางชนิด และที่สำคัญคือการออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ เพราะน้ำหนักตัวที่เกินก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายกำจัดกรดยูริกได้ยากขึ้นเช่นกัน หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดข้อรุนแรงบ่อยครั้ง แนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับการรักษาที่ตรงจุดอย่างปลอดภัยครับ